
ทูตสหรัฐเข้าพบปปช.กล้านรงค์ปัดถกปมนลินี
ทูตสหรัฐ เข้าหารือ ประธาน ปปช. ประสานความร่วมือปราบทุจริต ปัดหารือ ปมนลินีโดนแบล็กลิสต์
ทูตสหรัฐ เข้าหารือ ประธาน ปปช. ประสานความร่วมือปราบทุจริต ปัดหารือ ปมนลินีโดนแบล็กลิสต์
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางคริสตีย์ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายอาลิ เจลิลิ ผอ.ฝ่ายคดีอาญชกรรมข้ามชาติ และนายโคฟี กีร่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจ และคณะเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. นายกล้านรงค์ จันทิก นายใจเด็ด พรไชยา นายภักดี โพธิศิริ นายเมธี ครองแก้ว นายประสาท พงศ์ศิวาภัย และนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อหารือข้อราชการที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติระดับสากล โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า สหรัฐ ฯได้ขอพบเพื่อทำความรู้จักกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. และยินดีร่วมมือป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยสหรัฐฯแจ้งเบื้องต้นว่าไม่ได้เข้ามาก้าวล่วงการทำงานของ ป.ป.ช. เพราะทราบดีว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามในที่ประชุมมีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการหลายเรื่อง โดยเฉพาะคดีสำคัญบางคดีที่ ป.ป.ช. ได้ขอความร่วมมือจากอัยการของสหรัฐฯ โดยการขอข้อมูลมา เช่น คดีของนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทุจริตรับสินบนข้ามชาติในการจัดงานภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ
"สำหรับคดีของนางจุฑามาศ ป.ป.ช.ได้รับความร่วมมือจากสหรัฐฯ ในการให้ข้อเท็จจริง และกำลังประสานงานเพี่อติดตามเงินสินบนที่ทางสหรัฐฯ ยึดอายัดไว้ เพื่อขอนำกลับมาเมืองไทย เพราะถ้าทำได้ก็จะเป็นประโยชน์กับแผ่นดิน นอกจากนั้นยังมี 2-3 คดีที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคดีความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่ต้องประสานกับศาลสหรัฐฯ โดยนางคริสตีย์ยินดีที่จะรับไปประสานงาน" นายกล้านรงค์ กล่าว
โฆษกป.ป.ช. กล่าวว่า การหารือกันในครั้งนี้ยังไม่มีประเด็นเกี่ยวกับนางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำทางธุรกรรมการเงิน
ยันทำงานตามหน้าที่ไม่กลัวเช็คบิล
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่ได้รู้กังวลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550 โดยให้ยุบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ขณะนี้เป็นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี 2540 ต้องปฎิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ ยึดถือความเที่ยงธรรม สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วน ป.ป.ช. ทำงานไม่มีธงปักไว้ก่อน ทำงานตามหน้าที่ใครผิดก็ผิด สะสางงานมาตั้งแต่เข้ารับหน้าที่
"ไม่กลัวถูกเช็กบิล เพราะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนทำงานตามหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ไม่ช่วยใคร ไม่แกล้งใคร ดังนั้นจึงไม่กลัวการเช็คบิลย้อนหลัง คดีมีมาทุกรัฐบาล ทำงานตามหน้าที่ไม่ได้มีอคติ" นายกล้านรงค์ กล่าว
ขีดเส้นสุพจน์ แจงทรัพย์สิน 8 มี.ค
นายกล้านรงค์ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีไต่สวนนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ร่ำรวยผิดปกติ ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้อายัดทรัพย์จากที่นายสุพจน์ ได้โอนบ้านและที่ดินให้กับบุตรสาวและบุตรเขย เพื่อต้องการควบคุมทรัพย์สินไม่ให้กระจัดกระจายเพราะถ้าไต่สวนแล้วพบว่าเป็นการร่ำรวยผิดปกติ ป.ป.ช. ก็ต้องร้องขอให้ศาลดำเนินการยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนจะมีการอายัดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ต้องแล้วแต่คณะอนุกรรมการฯ ที่จะพิจารณาและเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ต่อไป อย่างไรก็ตามนายสุพจน์ มีกำหนดต้องเข้าชี้แจงที่มาของทรัพย์สินต่อป.ป.ช.ภายในวันที่ 8 มี.ค.นี้ แต่จนถึงขณะนี้นายสุพจน์ยังไม่ได้ติดต่อมาทาง ป.ป.ช.แต่อย่างใด ซึ่งก็ต้องรอดูว่านายสุพจน์ จะดำเนินการอย่างไร
"ขณะนี้ ป.ป.ช. เพียงควบคุมทรัพย์สินไว้ก่อน เพื่อไม่ให้กระจัดกระจาย เป็นการอายัดระหว่างไต่สวนเท่านั้น เพราะการไต่สวนเรื่องร่ำรวยผิดปกตินั้นหากผลออกมาว่าร่ำรวยผิดปกติในทรัพย์สินประเภทใดต้องร้องขอให้ศาลยึดเป็นของแผ่นดิน แต่ถ้าทรัพย์สินนั้นไม่สามารถนำมาได้กฎหมายก็ระบุว่าให้ยึดเอาทรัพย์สินอื่นชดใช้ในมูลค่าเท่ากัน อย่างไรก็ตามการตรวจสอบสายรัดเงินนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งยังไม่ได้รายงานเข้าที่ประชุมชุดใหญ่แต่อย่างใด" นายกล้านรงค์ กล่าว







