
สภาไฟเขียว2พรก.กู้เงิน
สภาฯอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ฉบับ 'กิตติรัตน์' ยันแม้ก่อหนี้แต่ยังเชื่อถือได้ ไม่เป็นภาระอนาคต
สภาฯอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ฉบับ 'กิตติรัตน์' ยันแม้ก่อหนี้แต่ยังเชื่อถือได้ ไม่เป็นภาระอนาคต
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก281 ต่อ 1 เสียง และ 276 ต่อ 114 เสียง อนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ(พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท) และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ตามลำดับ โดยขั้นตอนต่อไปวุฒิสภาจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติอีกครั้งในวันที่ 5 มี.ค.
สำหรับการอภิปรายส่วนใหญ่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดแผนการใข้งบประมาณเพื่อวางระบบบริหารจัดการรน้ำ โดยนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เงินที่จะกู้มานั้น ไม่ทราบว่ามีงบประมาณไว้สำหรับสร้างคุกให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย(ปภ.) รวมถึงข้าราชการที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะพบทุจริตและเตรียมส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เชื่อว่ามีผู้ว่าฯติดคุกแน่นอน
"เนื่องจากมีการเบิกจ่ายเงินทดลองราชการมากผิดปกติ ปี 2552 ใช้ไป 8,510 ล้านบาท ปี 2553 ใช้ไป 8,895 ล้านบาท ปี 2554 ใช้ 17,835 ล้านบาท ซึ่งปี 2554 ที่เพิ่มสูงนั้นเกิดในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ขอพูดเฉพาะภัยพิบัติด้านพืช มีตัวอย่างที่ จ.บึงกาฬ มีการจัดซื้อยาคาเบนดาซินในราคาแพงเกินจริง และยังพบว่ามีการฮั้วประมูลจากบุคคล 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรก บริษัทห้างหุ้นส่วนนัชชา กลุ่มที่ 2 ห้างหุ้นส่วนโชติชนิดได้ สิ่งที่พบพิรุธคือลายมือชื่อในบิลนั้นเหมือนกัน เบอร์โทรศัพท์ เบอร์แฟกซ์ เป็นหมายเลขเดียวกัน ขณะที่ จ.อุบลราชธานี พบการจัดซื้อสารเคมีราคาแพงกว่าท้องตลาด เช่น ยาฟูลาคราฟ ที่ร้านกวงสินเกษตรพันธุ์ ขายราคากิโลกรัมละ 50 บาท แต่มีการจัดซื้อซึ่งขอเรียกว่าด้วยวิธีพิศดาร เพราะไปซื้อได้ในราคากิโลกรัมละ 350 บาท โดยบริษัทที่ประมูลได้คือ 2 บริษัทที่ได้รับเลือกใน จ.บึงกาฬ" นายวิลาศ กล่าว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวปิดการอภิรายว่า รัฐบาลยืนยันในความพร้อมของแผนงาน มีคณะกรรมการที่ใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดเท่าที่มีในประเทศ จัดทำแผนให้พร้อมดำเนิน การ รัฐบาลจะกำกับดูแลบริหารจัดการด้วยความซื่อตรง โปร่งใส ไม่ให้รั่วไหล ส่วนแผนใช้จ่ายเงินได้คำนวณโดยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ โดยใช้รายละเอียดทางเทคนิคว่าพึงจะใช้วงเงินเท่าไหร่ แต่จะไม่กู้เงินเร็วกว่ากำหนด เพราะจะเป็นภาระดอกเบี้ย
"ยืนยันว่ายอดหนี้ใหม่จาก พ.ร.ก. เมื่อรวมกับหนี้ที่ต้องชดเชยงบขาดดุลปี 2555 จะเป็นยอดหนี้ที่ได้รับความเชื่อถือจากวงการเงินและวงการธุรกิจ จะนำสู่โอกาสในการกู้เงิน แม้วงหนี้ยอดใหม่จะสูงขึ้น แต่ภาระดูแลหนี้โดยรวมไม่เพิ่มขึ้น ส่วนที่ว่ารัฐบาลนี้นิยมกู้เงิน ยืนยันว่าเรากู้เท่าที่จำเป็น และมุ่งมั่นดูแลหนี้สาธารณะที่มี จนไม่เป็นปัญหาในอนาคต”นายกิตติรัตน์กล่าว







