posttoday
หุ้นแบบ...หุ้นแอปเปิล ตลาดหุ้นไทย...มีบ้างไหม

หุ้นแบบ...หุ้นแอปเปิล ตลาดหุ้นไทย...มีบ้างไหม

01 มีนาคม 2555

วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา...ก่อนวันวาเลนไทน์เพียงหนึ่งวัน

โดย...วีรพงษ์ ชุติพงษ์

วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา...ก่อนวันวาเลนไทน์เพียงหนึ่งวัน ถือได้ว่าเป็นวันที่ผู้ถือหุ้นแอปเปิลมีความสุขมากอีกวันหนึ่ง เพราะราคาหุ้นของแอปเปิลได้ทะยานขึ้นไปเหนือระดับ 500 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เป็นครั้งแรก

หากย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2552 ราคาของหุ้นแอปเปิลยังอยู่ที่ประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงทำให้คนที่ถือหุ้นแอปเปิลในช่วงเวลาดังกล่าวมีเงินเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่าของเงินที่ลงทุนไป (ถ้าคุณผู้อ่านเอาเงินสักล้านบาทไปซื้อหุ้นตอนต้นปี 2552 และขายออกตอนนี้...คุณผู้อ่านจะได้เงินถึง 6.25 ล้านบาท ...น่าสนไหมครับ?)

จากข้อความข้างต้น...คุณผู้อ่านหลายท่านอาจคิดว่า หุ้นแบบ...หุ้นแอปเปิลคงจะมีแต่ในอเมริกา ในเมืองไทย...คงจะเป็นไปไม่ได้แน่ๆ...ที่จะหาหุ้นมหัศจรรย์...อย่างหุ้นแอปเปิล ผมจึงขอเรียบเรียงเหตุผลที่ทำให้หุ้นแอปเปิลมีค่าสูงมหาศาลดังเช่นปัจจุบัน เพื่อคุณผู้อ่านจะได้นำไปเป็นข้อมูลในการค้นหา “หุ้นแบบ...หุ้นแอปเปิล” ในตลาดหุ้นไทย ดังนี้ครับ

หนึ่ง มีอำนาจต่อรองกับคู่ค้า (Suppliers) อย่างมหาศาล

ในปี 2554 ที่ผ่านมา คาดกันว่าแอปเปิลผลิตและขายสินค้าดังต่อไปนี้หมดทุกรายการ ได้แก่ ไอโฟน 70 ล้านเครื่อง ไอแพด 30 ล้านเครื่อง สินค้าอื่นๆ อีก 59 ล้านเครื่อง เฉพาะสินค้าไอโฟนเพียงอย่างเดียวแอปเปิลใช้คนงานมากกว่า 2 แสนคน และใช้วิศวกรมากกว่า 8,700 คน นอกจากนั้นแอปเปิลยังใช้คนงานผลิตสินค้าทุกรายการรวมกันมากกว่า 7 แสนคน

ดังนั้น บริษัทที่จะเป็นแบบแอปเปิลได้จะต้องมีกำลังซื้ออย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือการจ้างงานก็ตาม ซึ่งจะเป็นเหตุผลหลักที่ใช้ในการกดราคาสินค้าของคู่ค้า กำลังซื้อ... จึงเป็นหัวใจในการได้มาซึ่งราคาที่ถูกที่สุด และจะนำไปสู่ผลกำไรอย่างมหาศาลของบริษัท

หุ้นแบบ...หุ้นแอปเปิล ตลาดหุ้นไทย...มีบ้างไหม

 

สอง ต้องเป็นผู้นำและต้องทิ้งห่างคู่แข่ง...อย่างขาดลอย

ไอแพดเป็นแท็บเล็ตเพียงยี่ห้อเดียวที่เคยยึดครองตลาดได้ 100% เต็ม แม้ว่าปัจจุบันไอแพดจะมีคู่แข่งขันที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มาแข่งด้วยก็ตาม แต่ส่วนแบ่งการตลาดของไอแพดก็ยังมากกว่า 50% อยู่ดี ส่วนไอโฟนนั้นได้ทำให้คู่แข่งขันหลายรายมีอาการหนัก เช่น โนเกีย แบล็คเบอร์รี่ เป็นต้น และเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดในโลก

ในบ้านเรา...มีหุ้นผู้นำอยู่หลายตัว ซึ่งหุ้นเหล่านี้จะมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ใช่เป็นแบบหุ้นแอปเปิล ถ้ามีศักยภาพในการแข่งขันสูงอย่างแอปเปิล บริษัทนั้นๆ ควรจะมีส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจที่ตนทำอยู่มากกว่า 50% ของตลาดทั้งหมด ตลาดหุ้นไทย...มีบ้างไหม?


สาม อำนาจในการกำหนดราคาขาย

แอปเปิลได้สร้างปรากฏการณ์การขายสินค้าอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่...ไอโฟนหรือไอแพดเปิดตัว ก็จะมีคนจำนวนมหาศาลมาเข้าแถวซื้ออย่างยาวเหยียด โดยพวกเขาแทบจะไม่มีความคิดว่า สินค้าของแอปเปิลที่จะซื้อ...ลดราคาได้ไหม? เทียบกับยี่ห้ออื่น...แพงกว่าไหม? มีเพียงแต่ความคิดว่า...วันนี้จะได้ซื้อไอโฟน...ไอแพด...กลับไปโชว์ให้เพื่อนๆ ดูหรือเปล่า?

พลังแห่งการกำหนดราคาขาย จึงเป็นพลังแห่งการสร้างผลกำไร ถ้าหากบริษัทไหนสามารถกำหนดราคาของสินค้าของตนได้สูงกว่าคู่แข่ง บริษัทนั้นก็จะมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้สูงกว่า และในที่สุดราคาหุ้นของบริษัทนั้นก็จะต้องสูงตามไปด้วย

สี่ ความต่อเนื่องของนวัตกรรม

ในปีนี้หลายคนกำลังรอคอย “ไอแพด 3” อีกหลายคนกำลังรอ “ไอโฟน 5” และยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนโทรศัพท์ของตนเพื่อจะรอไอโฟนตัวใหม่ เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความศรัทธาต่อยี่ห้อสินค้าและความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ แอปเปิลเองก็ต้องวางแผนการผลิตนวัตกรรมของตนให้ป้อนตลาดได้ในเวลาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง ดังนั้นการผลิตนวัตกรรมออกมาอย่างต่อเนื่องจึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำกำไรในระยะยาว

ผมเคยเขียนถึงจุดจบของหุ้น “โกดัก” (หุ้นที่คุณซื้อไว้... เป็นเหมือน “หุ้นโกดัก” หรือเปล่า โพสต์ทูเดย์ฉบับวันที่ 1 ก.พ. 2555 หรือ www.doctorwe.com/20120201) โดยกล่าวถึงรายได้ของโกดักที่ส่วนใหญ่จะมาจากการขายฟิล์มถ่ายรูป จนในที่สุดบริษัทก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้นถ้าคิดจะหาหุ้นดีๆ อย่างแอปเปิล.. ก็ต้องไปดูกันว่าในอนาคต...เขาจะมีนวัตกรรมอะไรออกมาบ้าง

ห้า กีดกันคู่แข่งรายเล็ก... ด้วยการสร้างสินค้าสำหรับตลาดที่ใหญ่มาก

แอปเปิลกำลังวางแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์อีกมากมาย เช่น ใช้ไอโฟนแทนบัตรเครดิตไอโฟนราคาถูก และอีกมากมาย (อ่านเพิ่มในโพสต์ทูเดย์ “แอปเปิล... เมื่อยักษ์ใหญ่ไม่ยอมหยุด... สำแดงฤทธิ์เดช” หรือ www.doctorwe.com/20110724) โดยทุกผลิตภัณฑ์ที่จะออกมานั้น...จะทำเพื่อขายให้กับคนจำนวนมากๆ ทั้งนั้น

ดังนั้น การที่จะเป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมอย่างแอปเปิลได้ บริษัทนั้นจะต้องมีสินค้าหรือบริการที่จะขายให้กับคนจำนวนมากๆ เพื่อทำให้สินค้าต่อหน่วยมีราคาถูกที่สุด และขายในราคาที่ผู้ซื้อ...ยากที่จะปฏิเสธ

ในตลาดหุ้นบ้านเราผมเห็นหุ้นที่เป็นแบบหุ้นแอปเปิลเพียงตัวเดียว แต่เวลานี้มันราคาแพงเหลือเกิน แต่อย่าลืมนะครับ...หุ้นแอปเปิลก็แทบจะไม่เคยมีช่วงเวลาที่ราคาถูกเลย ส่วนหุ้นเมืองไทยที่ผมพูดถึงจะเป็นหุ้นตัวไหนนั้น... คุณผู้อ่านที่อ่านข้อความข้างต้นไปแล้ว หลายคนอาจพูดว่า “อ๋อ...ฉันรู้แล้ว”

สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แอปเปิล และได้สร้างแอปเปิลให้กลายเป็นหนึ่งในตำนานของโลก เคยพูดถึงความยิ่งใหญ่ของแอปเปิลว่า “Apple’s market share is bigger than BMW's or Mercedes’s or Porsche’s in the automotive market. What’s wrong with being BMW or Mercedes?” แปลตามความได้ว่า “ส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิลนั้นมากกว่า...ส่วนแบ่งตลาดของรถบีเอ็ม...รถเบนซ์...หรือรถปอร์เช่ เสียอีก และมันเกิดอะไรขึ้นกับบีเอ็ม...หรือเบนซ์... (ทำไมเขาสู้เราไม่ได้ล่ะ?)”

ฟังแล้ว...น่าหมั่นไส้ แต่คนถือหุ้นแอปเปิลอยู่ตอนนี้อาจจะน่าหมั่นไส้มากกว่าครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท