
สั่งพระอุปัชฌาย์เข้มคุณสมบัติชายก่อนบวช
รองเจ้าคณะจังหวัดโคราชสั่งพระอุปัชฌาย์ทั่วจังหวัดตรวจเข้มคุณสมบัติชายก่อนบวชหลังพระแต๋วทำฉาว โพสภาพไม่เหมาะสมว่อนเน็ต
รองเจ้าคณะจังหวัดโคราชสั่งพระอุปัชฌาย์ทั่วจังหวัดตรวจเข้มคุณสมบัติชายก่อนบวชหลังพระแต๋วทำฉาว โพสภาพไม่เหมาะสมว่อนเน็ต
พระราชวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดพายัพ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ในฐานะรองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลพระสงฆ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งกำชับให้พระอุปัชฌาย์ทั่วจังหวัดตรวจสอบกฏเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการจะบวชเป็นพระภิกษุอย่างเคร่งครัด หลังมีเจ้าของเฟชบุ๊คซึ่งใช้ชื่อว่า "นราวิชญ์ เมธีประยูร เอ็มม่า" ได้โพสรูปภาพของตนเองเป็นผู้ชายแต่งกายคล้ายพระภิกษุ ที่ทำท่าทางอ้อนแอ้น แต่งหน้าทาปากคล้ายสตรี สวมจีวรนั่งคุกเข่าเอามือประสานไว้ที่หน้าขา มีผ้าคลุมไหล่ลายเสือ โพสท่ายิ้มอยู่ภายในเต็นท์ ลงในเฟชบุ๊คจนถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์
ล่าสุดพบว่าเจ้าของรูปภาพดังกล่าวคือ พระนราวิชญ์ ฉันทะธัมโม พระลูกวัด วัดโบสถ์คงคาล้อม ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งแต่งกายไม่เหมาะสม โดยเฉพาะผ้าคล้องคอที่ปรากฏซึ่งมีสีสันฉูดฉาดไม่ใช่สีเดียวกับจีวร และไม่ได้เป็นผ้าไตรที่ทางพระอุปัชฌาย์มอบไว้ให้ตอนบวช ซึ่งถือว่าอาบัติ และไม่ถึงขั้นอาบัติปราชิก จนต้องให้สึกจากความเป็นพระ ส่วนกรณีที่มีการแต่งหน้าทาปากและมีพฤติกรรมอ้อนแอ้นคล้ายสตรีนั้น ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อสังคมตั้งคำถามกับพฤติกรรมของพระรูปนี้ที่มีออกมาให้ได้เห็น แล้ววิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้พุทธศาสนาต้องถูกครหา พระอุปัชฌาย์ ของพระรูปดังกล่าว หรือหากพระอุปัชฌาย์ไม่อยู่แล้ว เจ้าอาวาสวัดต้นสังกัด ต้องเรียกไปว่ากล่าวตักเตือนเพื่อให้ประพฤติตนใหม่ ภายในระยะเวลา 3 เดือน
อย่างไรก็ตามหากพระรูปดังกล่าวยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ก็ต้องให้สึกออกจากความเป็นพระ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ให้โอกาสปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นพระอุปัชฌาย์หรือเจ้าอาวาสจะต้องคอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างเต็มความสามารถ นอกจากหากทางพระอุปัชฌาย์หรือเจ้าอาวาสปล่อยปละละเลย โดยไม่สนใจที่จะดำเนินการตามที่ระบุไว้ ทางเจ้าคณะจังหวัดหรือพระชั้นผู้ใหญ่ก็จะเข้าไปว่ากล่าวตักเตือนพระอุปัชฌาย์ หรือเจ้าอาวาส และพากฑัณฑ์ตามวินัยสงฆ์ไว้ก่อน แต่หากยังนิ่งเฉยอีกก็จะสั่งให้หยุดทำหน้าที่หรือเรียกว่าพักงาน โดยสุดท้ายยังไม่ทำหน้าที่ในการดูแลพระสงฆ์ในปกครองอีก หรือไม่สามารถติดตามมาว่ากล่าวตักเตือน เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ก็จะมีโทษถึงขั้นปลดออกจากตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ หรือปลดจากเจ้าอาวาสทันที







