
วัดใจ'ยิ่งลักษณ์'เคาะค่าหมอมาตรฐานเดียว
ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อหามาตรฐานกลางสำหรับ 3 ระบบสุขภาพ ประกอบด้วย ระบบสวัสดิการข้าราชการ
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อหามาตรฐานกลางสำหรับ 3 ระบบสุขภาพ ประกอบด้วย ระบบสวัสดิการข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หารือร่วมกันจนได้ข้อสรุปสุดท้ายถึงแนวทางลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุน และเตรียมจะเสนอให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณาในวันที่ 2 มี.ค.นี้
สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการแบ่งออกเป็น 3 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ขณะนี้ทั้ง 3 กองทุนสุขภาพร่วมกันทำชุดสิทธิประโยชน์กลางเสร็จสิ้นแล้ว โดยเป็นชุดสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ขั้นต่ำ แต่เป็นชุดสิทธิประโยชน์สูงสุดเท่าที่ทั้ง 3 กองทุนจะสามารถให้ได้ หากนายกรัฐมนตรียอมรับข้อเสนอ จะสามารถประกาศใช้ได้ประมาณเดือน มิ.ย.ก.ค.นี้
2.สิทธิประโยชน์ด้านเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยทั้ง 3 กองทุนสุขภาพได้กำหนดหลักการเบิกจ่ายในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นจากนี้สถานพยาบาลจะไม่ถามผู้ป่วยว่าใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพระบบใด แต่จะให้การรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ แล้วจึงกลับไปเบิกค่ารักษาพยาบาลยังกองทุนสุขภาพนั้นๆ ซึ่งจะได้เท่าเทียมกัน หากนายกรัฐมนตรียอมรับข้อเสนอ จะประกาศใช้ได้ประมาณเดือน เม.ย.นี้
3.ความมั่นคงด้านการเงินการคลังเพื่อสร้างสุขภาพประเทศไทยในระยะยาว แบ่งเป็น 3 แนวทางย่อย คือ
3.1 ยกเลิกการเก็บเบี้ยรักษาพยาบาลใน พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ ประมาณ 800-1,000 บาท แต่กำหนดให้ประชาชนจะจ่ายเฉพาะเบี้ยประกันเพียงปีละ 200-400 บาท จากเดิมที่ต้องจ่ายปีละประมาณ 1,200 บาท
3.2 จะไม่ลดสิทธิประโยชน์ในกองทุนสวัสดิการข้าราชการ และจะยังคงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไว้ประมาณปีละ 6 หมื่นล้านบาทเท่าเดิม แต่จะใช้วิธีเพิ่มศักยภาพด้านการใช้ยาขึ้น โดยจะเน้นเบิกจ่ายยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นหลัก หากยาชนิดใดที่ไม่มีในบัญชียาหลักแห่งชาติ และจำเป็นต้องใช้โดยไม่มียาอื่นใดทดแทนได้ ก็ยังสามารถเบิกจ่ายยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติได้
3.3 เตรียมเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินของกองทุนประกันสังคมใหม่ จากเดิมที่จ่ายให้ผู้ป่วยในตามกลุ่มโรคร้ายแรง (ดีอาร์จี) ตามน้ำหนักความรุนแรงของโรค (RW) โดยเริ่มที่ 1.5 หมื่นบาท ให้เป็นการจ่ายแบบดีอาร์จีกับผู้ป่วยในทุกโรคและทุกราย
ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่า สำนักงานประกันสังคมจะปรับน้ำหนักความรุนแรงของโรคแก่ผู้ป่วยในที่ไม่เป็นโรคร้ายแรงในระดับเดียวกับสวัสดิการข้าราชการ คือ 1.2 หมื่นบาท และมีแนวโน้มให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะปรับเพิ่มจาก 9,000 บาท เป็น 1.2 หมื่นบาท โดยเท่าเทียมกัน
นอกจากนี้ ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงแนวนโยบายด้านสุขภาพแก่ผู้แทนระดับสูงของทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ โดยยืนยันว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะปรับเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายเงินทั้ง 3 กองทุนให้เป็นไปในลักษณะเดียวกัน แต่จะไม่มีการยุบรวมกองทุนอย่างแน่นอน ที่สำคัญรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะเก็บเงินร่วมจ่ายในนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคแน่นอน เพื่อเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ หรือการรีแบรนด์นโยบาย ถ้ามีผู้ไม่ประสงค์จะจ่ายก็ไม่ต้องจ่ายได้







