
เศรษฐกิจไทยเริ่มโผล่หัวพ้นน้ำ
ไตรมาส3เดินเครื่องเต็มสูบห่วงน้ำมันพุ่งกระทบเงินเฟ้อ
ไตรมาส3เดินเครื่องเต็มสูบห่วงน้ำมันพุ่งกระทบเงินเฟ้อ
ธปท. เผยภาวะเศรษฐกิจเดือน ม.ค.ปีนี้แนวโน้มฟื้นตัวดี จับตาน้ำมันพุ่งกระทบเงินเฟ้อ ยังคงจีดีพี 4.9%
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือน ม.ค.ปีนี้ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในทุกภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มกลับมาผลิตได้เกือบ 100% แล้ว
ทั้งนี้ สอดคล้องกับอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนก็ทยอยปรับตัวดีขึ้น ตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี การจ้างงานปรับตัวดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงจากราคาอาหารสดแพงในช่วงน้ำท่วมคลี่คลาย
ธปท.คาดว่าภาคเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยการบริโภคคาดว่าจะฟื้นตัวได้ในปลายไตรมาสแรก หรือต้นไตรมาส 2 ส่วนภาคยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจะฟื้นตัวในไตรมาส 2 เช่นเดียวกับภาคการเกษตร ส่วนภาคการลงทุนและการผลิตในส่วนของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะฟื้นตัวในไตรมาส 3 โดยรวมเสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งอัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค.อยู่ที่ 3.38% ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 3.53%
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น และสูงกว่าสมมติฐานที่ใช้ประมาณการเศรษฐกิจ โดยเฉลี่ยราคาน้ำมันตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 112 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าราคาสมมติฐานเฉลี่ยทั้งปีของ ธปท. ที่ 103.3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ธปท.ยังคงดูแลเงินเฟ้อ ธปท.ยังใช้เป้าหมายเดิมที่ 0.5-3% และเป้าหมายใหม่ที่ 3% บวกลบ 1.5% ซึ่งอยู่ระหว่างรอความเห็นชอบจากคลัง ซึ่งเชื่อว่าจะดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบได้และจีดีพียังโต 4.9%
ขณะที่การผลิตในภาคอุตสาห กรรมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน จากติดลบ 25.3% เหลือติดลบ 15.2% โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฟื้นตัวได้ดี เช่น ยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อิเล็กทรอนิกส์ มีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 58.5% จากเดือนก่อน 51.9% ผลผลิตสินค้าเกษตรหดตัว 0.9% ราคาสินค้าเกษตรก็หดตัวถึง 12% ส่งผลให้รายได้ภาคการเกษตรลดลงติดลบ 11.2%
ด้านความเชื่อมั่นทางธุรกิจอยู่ที่ 50.8 และความเชื่อมั่นระยะ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 56.5 ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 2.6% ดัชนีการลงทุนอยู่ที่ติดลบ 0.4% ดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ติดลบ 3.9%







