
ญี่ปุ่น8%ส่อหนี
ผลสำรวจบริษัทลงทุนในไทยพันแห่งแจงเอลพิดาฯแบกขาดทุนมาหลายปี
ผลสำรวจบริษัทลงทุนในไทยพันแห่งแจงเอลพิดาฯแบกขาดทุนมาหลายปี
ผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่น 8% ระบุว่ามีแผนจะย้ายการลงทุนจากไทย
หอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ(เจซีซีบี) เปิดเผยผลสำรวจบริษัทเอกชนญี่ปุ่น 1,345 บริษัท ปรากฏว่า 1 ใน 10 ของบริษัทที่ตอบรับ ระบุว่า มีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบจากภาวะอุทกภัยมากที่สุด และมากกว่าครึ่งหนึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง
นายเซตสึโอะ อิอูจิ ประธานคณะกรรมการด้านการวิจัยเศรษฐกิจของเจซีซีบี กล่าวว่า บริษัทเหล่านี้กำลังหาทางที่จะกระจายความเสี่ยงการลงทุนออกไปจากที่มีอยู่
ผลสำรวจระบุด้วยว่า 8% ของผู้ผลิตญี่ปุ่นในประเทศไทยมีแผนที่จะย้ายออกไป ขณะที่อีก 85%จะยังดำเนินธุรกิจในไทยต่อไป ส่วนที่เหลืออาจจะย้ายฐานการลงทุนไปยังที่อื่นๆ แต่ยังอยู่ในประเทศไทยตามเดิม
นอกจากนี้ ผลสำรวจระบุด้วยว่า 72% ของผู้ประกอบการญี่ปุ่นเริ่มเดินสายการผลิตอีกครั้งแล้วตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่อีก 21% จะเริ่มเดินสายผลิตในระหว่างเดือน เม.ย.พ.ค.นี้ และอีก 6% จะเริ่มผลิตในเดือน มิ.ย.นี้
เจซีซีบียังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งคลอดแผนป้องกันน้ำท่วมออกมาให้รวดเร็วที่สุดด้วย
ด้านองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นมากถึง 64% เห็นว่าสภาพธุรกิจจะดีขึ้น ส่วนที่มองว่าจะแย่ลงมี 18% และส่วนใหญ่ 85% จะยังเปิดกิจการในที่เดิม
อย่างไรก็ตาม 8% ระบุว่าย้ายฐานการผลิตไปมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยเป็นอุตสาหกรรมในกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และส่วนหนึ่งสนใจย้ายไปยังพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี
ทางด้านนายนิรุตติ์ คุณวัฒน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามกรณีบริษัท เอลพิดา เมโมรี อิงค์ ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นยื่นเรื่องขอล้มละลาย เพราะปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทย
ทั้งนี้ เท่าที่ตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พบว่า บริษัท เอลพิดาฯ ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย แต่ได้มีโรงงานในประเทศผลิตชิปดีแรม (DRAM) และลูกค้าบริษัท เอลพิดาฯ ถูกน้ำท่วมจึงไม่ได้สั่งซื้อสินค้า
นอกจากนี้ บริษัท เอลพิดาฯ ไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้และมีปัญหาขาดทุนมาหลายปี







