posttoday
แง้มห้องประชุมแก้รธน.แค่อ้าปากก็ไม่มีใครยอมใคร

แง้มห้องประชุมแก้รธน.แค่อ้าปากก็ไม่มีใครยอมใคร

29 กุมภาพันธ์ 2555

สำรวจบรรยากาศประชุมกมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนัดแรก แค่เริ่มก็เดือดแบบไม่มีใครยอมใคร

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

การประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) ได้เริ่มอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ก.พ. ทั้งนี้ ภาพของการประชุมกมธ.นัดแรกทีเพิ่งผ่านไปนับว่าเป็นไปอย่างราบรื่นภายใต้ความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นมากที่สุด เพราะทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีหลายฝ่ายจับจ้องเป็นอย่างมาก

เปิดการประชุมเข้ามาในเวลา 10.00น.สงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราวในฐานะมีอาวุโสสูงสุด จากนั้นเข้าสู่กระบวนการเลือกประธานกมธ. และเป็นไปตามคาดเมื่อ ‘สามารถ แก้วมีชัย’ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธานกมธ.ตามโผที่ออกมาก่อนหน้านี้ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะพยายามเสนอชื่อ ‘สุทัศน์ เงินหมื่น’ สส.บัญชีรายชื่อ ลงแข่งแต่สุดท้ายเจ้าตัวประกาศถอนตัวเพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้

“การพิจารณากมธ.พิจารณาเฉพาะที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) เท่านั้น ไม่ใช่การยกร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะหน้าที่ดังกล่าวเป็นของส.ส.ร.เท่านั้น โดยยืนยันการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.จะสามารถมีคำอธิบายต่อสาธารณะได้” สัญญาประชาคมจากประธานกมธ.

 

แง้มห้องประชุมแก้รธน.แค่อ้าปากก็ไม่มีใครยอมใคร

ถึงการเลือกประธานกมธ.จะเป็นไปด้วยดี แต่เมื่อเข้าสู่วาระการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งอื่นๆโดยเฉพาะตำแหน่ง รองประธานกมธ.คนที่ 1 ปรากฏว่ากลายเป็นเวทีโต้วิวาทะระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลอย่างดุเดือด

ฝ่ายรัฐบาลพยายามเสนอให้ที่ประชุมเห็นด้วยกับการให้มีรองประธานกมธ.จำนวน 4 คน ‘วิชาญ มีนชัยนันท์’ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ให้เหตุผลว่า ถ้ามีรองประธาน 4 คนจะเพียงพอกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพราะในระยะยาวจะมีรายละเอียดพิจารณามาก และการให้รองประธานกมธ.คนที่ 1 กับประธานกมธ.มาจากพรรคเดียวกันก็เป็นบรรทัดฐานที่รัฐสภายึดถือมานานแล้ว

ด้าน ฝ่ายค้านโดย ‘ธนา ชีรวินิจ’ สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ สวนว่า อยากให้มีรองประธานเพียงแค่ 3 คน เพราะจะสามารถแบ่งตัวได้พอดีใน 3 ฝ่าย ได้แก่ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภาพอดี

สุทัศน์ เสริมอีกว่า “หลักการดังกล่าวเป็นการยึดเฉพาะการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ทั่วไป แต่สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือว่ามีความสำคัญมากกว่าเพราะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ประกอบกับรัฐบาลเป็นผู้เสนอแก้ไขเอง ดังนั้น ถ้าประธานกมธ.และรองประธานกมธ.คนที่ 1 มาจากพรรคเดียวกัน ภาพที่ออกมาจะดูไม่ดีเหมือนเป็นเผด็จการ จะส่งผลเสียในอนาคต จึงขอเสนอให้รองประธานกมธ.คนที่ 1 มาจากวุฒิสภา ถ้าที่ประชุมรับข้อเสนอพรรคประชาธิปัตย์จะขอถอนตัวจากตำแหน่งรองประธานกมธ.คนที่ 1”

ประธานกมธ.พยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองหาข้อสรุปให้ได้เพราะไม่ต้องการลงมติตัดสิน เนื่องจากเห็นว่าถ้าแค่การประชุมนัดแรกถึงขั้นต้องมีการลงมติเสียงข้างมากตัดสินในบางเรื่อง จะทำให้ภาพที่ออกไปดูไม่ดี ทั้งที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ต้องการสร้างความปรองดอง และเห็นด้วยหากให้วุฒิสภามานั่งในตำแหน่งรองประธานกมธ.คนที่ 1 ซึ่งที่สุดแล้วนายธนา ยอมให้ตั้งรองประธานกมธ.จำนวน 4 คน

ผลสรุป คือ สมชาย พรรณพัฒน์ สว.นครปฐม เป็นรองประธานกมธ.คนที่1 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธานกมธ.คนที่ 2 พีรพันธุ์ พาลุสุข สส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานกมธ.คนที่ 3 และ เรืองศักดิ์ งามสมภาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานคนที่ 4

ต่อมา เริ่มพิจารณาเกี่ยวกับกำหนดวันและเวลาในการประชุมกมธ. พรรคเพื่อไทย พยายามเสนอให้ประชุมถึง 3-4 วันต่อสัปดาห์ ได้แก่ วันจันทร์ช่วงบ่าย วันอังคารเช้า วันพุธช่วงเช้า วันพฤหัสบดีเต็มวัน แต่กมธ.ซีกพรรคประชาธิปัตย์แสดงความคิดเห็นคัดค้านอย่างเต็มที่ถึงกับตั้งข้อสงสัยว่า “ทำไมต้องกำหนดวันประชุมเยอะขนาดนั้น”

“ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ2550 โดยกำหนดวันประชุมต่อสัปดาห์ไม่มากเท่ากับครั้งนี้ ทางทีดีควรกำหนดวันประชุมไว้เพียง1-2วันก็น่าเพียงพอ เพราะถ้าไปกำหนดวันจันทร์จะมีผลต่อกมธ.ซีกสว.เพราะต้องประชุมวุฒิสภา หรือ วันอังคารสส.ต้องติดประชุมพรรคการเมือง ดังนั้น การประชุมเฉพาะวันพุธและพฤหัสบดีเหมาะสมที่สุด วันนั้นเป็นวันที่สมาชิกจะมากันพร้อมที่สุด และถ้าในอนาคตหากมีเรื่องด่วนที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมประธานกมธ.ก็สามารถเรียกประชุมกมธ.เป็นกรณีพิเศษได้”  เทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช กมธ.ประชาธิปัตย์ กล่าว

การทำหน้าที่ประธานกมธ.ครั้งแรกของ ‘สามารถ แก้วมีชัย’ ได้พยายามแสดงบทบาทในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งหลายประเด็นหลายครั้ง และประเด็นเรื่องวันและเวลาการประชุม เป็นอีกเรื่องที่ประธานกมธ.ใช้อำนาจประธานสรุปเห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ทันที คือ ให้ประชุม 2 ครั้งต่อสัปดาห์ในวันพุธและวันพฤหัสบดี เวลา 9.00น.-12.00น.

เช่นเดียวกับ ประเด็นร้อนอย่างการเสนอรื้ออำนาจฝ่ายตุลาการที่กำลังถูกจับตามองอยู่ในขณะนี้ ‘สามารถ แก้วมีชัย’ ได้แสดงบทบาทประนีประนอมเช่นกัน ภายหลัง ‘วิรัตน์ กัลยาศิริ’ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเรียกร้องให้ กมธ.กำหนดแนวทางให้ชัดเลยต้องบัญญัติถ้อยคำห้ามไม่ให้ส.ส.ร.ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยแก้ไขอำนาจตุลาการ ซึ่งประธานกมธ.ได้เอาน้ำเย็นเข้าลูบด้วยการบอกว่า “ประเด็นนั้นเราคงไปกำหนดอะไรไม่ได้เพราะเรามีหน้าที่กำหนดที่มาส.ส.ร.และส่งมอบหน้าที่ต่อให้ส.ส.ร.เท่านั้นเพราะถ้าทำอย่างนั้นจะเหมือนเข้าไปก้าวก่ายหน้าที่ส.ส.ร.”

ไม่ต่างอะไรกับ จังหวะของการเสนอแต่งตั้งที่ปรึกษาประจำกมธ.หลังจากพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอชื่อ ‘พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน’ หัวหน้าพรรคมาตุภูมิมาเป็นที่ปรึกษา พร้อมกับให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เสื้อหลากสี เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาเช่นกัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มองว่ายังไม่มีความเหมาะสมที่จะกำหนดลักษณะนี้ เพราะควรรอให้กมธ.พิจารณาไปสักระยะก่อนจึงค่อยให้กลุ่มภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแสดงความคิดเห็น

“ถ้ารัฐบาลจะเสนอลักษณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็อยากให้ประธานส.ส.ร.2540 (อุทัย พิมพ์ใจชน) และ 2550 (นรนิติ เศรษฐบุตร) มาร่วมเป็นที่ปรึกษาด้วยเพราะในอนาคตคาดว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญจะยึดแนวทางของรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับนี้เป็นหลัก” อลงกรณ์ พลบุตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ระบุ

เมื่อการประชุมเริ่มทำท่าจะหาทางออกไม่ได้ในประเด็นนี้ ถึงที่สุดแล้ว ‘สามารถ’ ใช้อำนาจประธานขอชะลอการตั้งที่ปรึกษากมธ.จากคนนอกเอาไว้ก่อนและขอให้ที่ประชุมเสนอที่ปรึกษาเฉพาะในสัดส่วนของพรรคการเมืองและวุฒิสภาที่เป็นกมธ.ก่อนแทน ประกอบด้วย ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พล.อ.ชูชาติ สุขสงวน สว.สรรหา สุทัศน์ เงินหมื่น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา สนอง เทพอักษรณรงค์  สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย

กว่าการประชุมจะจบลงได้ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงทั้งทีการประชุมนัดแรกมีวาระเพียงแค่การแต่งตั้งบุคคลเท่านั้น ซึ่งตามหลักแล้วน่าจะเสียเวลามากเท่านี้ ทำให้เป็นสัญญาณแสดงให้เห็นแล้วว่าการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 นับจากนี้ไปคงปะทุเดือดแบบไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท