posttoday
สภาถกพรก.กู้2ฉบับคลังย้ำจำเป็นต้องใช้แก้น้ำท่วม

สภาถกพรก.กู้2ฉบับคลังย้ำจำเป็นต้องใช้แก้น้ำท่วม

29 กุมภาพันธ์ 2555

สภา ถกพ.ร.ก.2 ฉบับ รมว.คลังย้ำจำเป็นเร่งด่วนกู้ 3.5 แสนล้านแก้น้ำท่วม "กรณ์" อัดลิดรอนสิทธินิติบัญญัติ กลั่นกรองกม.

สภา ถกพ.ร.ก.2 ฉบับ รมว.คลังย้ำจำเป็นเร่งด่วนกู้ 3.5 แสนล้านแก้น้ำท่วม  "กรณ์" อัดลิดรอนสิทธินิติบัญญัติ  กลั่นกรองกม.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระ​ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ​ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน วงเงิน 1.14 ล้านล้านบาท  ซึ่งวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านตกลงใช้เวลาฝ่ายละ 7 ชั่วโมง ทั้งวันที่ 29  ก.พ.​และ วันที่1 มี.ค.​ ส่วนจะมีการตั้งกระทู้ถามในวันที่ 1มี.ค.หรือไม่​ให้วิป 2 ฝ่ายไปหารือกัน​ ​

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวรายงานหลักการและเหตุผลของ พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับว่า ​จากอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปี 2554 ทำให้เกิดความเสียหายผลกระทบในวงกว้าง  รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาดูแลแก้ปัญหานำ้ท่วม และ  กำหนดให้มีการลงทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็น ​ต้องใช้วงเงินถึง 3.5 แสนล้านบาท ด้วยมีข้อจำกัด ซึ่งเมื่อไม่สามารถใช้เงินในงบประมาณได้ และต้องใช้เงินดังกล่าวอย่างจำเป็นเร่งด่วน ​เพราะหาก รอ พ.ร.บ.งบประมาณจะทำให้เกิดความล่าช้า และเกิดความเสี่ยงที่ฤดูฝนใกล้จะมา รัฐบาลจึงได้ออกพ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงิน เพื่อนำมาใช้จ่ายป้องกันภัยพิบัติล่วงหน้าและเสริมสร้างความเชื่อมั่นนับจากนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้  คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและการสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)​ได้มีการพิจารณากำหนดกรอบการลงทุนในวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท อาทิ แผนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ การปรับปรุงสิ่งก่อสร้างเดิม จัดทำทางน้ำหลาก ฟลัดเวย์  การปรับปรุงยกระดับถนนและทางหลวง และคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริเพื่อป้องกันน้ำท่วม  จัดทำระบบข้อมูลการพยากรณ์ การเตือนภัย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และแผนงานการปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทานให้เป็นแก้มลิงประมาณ 2 ล้านไร่ วงเงินจำนวน 6 หมื่นล้านบาท แผนการจัดการลุ่มน้ำอีก 17 ลุ่มน้ำ และแผนยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูอนาคตประเทศ 1 หมื่นล้านบาท

นายกิตติรัตน์  กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฯ​ 1.14 ล้านล้านบาท  เนื่องจาก ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่พร้อมที่จะชำระเงินท่ามกลางสถานการณ์ที่สถานการณ์ทางการเงินเป็นแบบขาดดุล  รวมทั้ง เพื่อเป็นการปรับระบบการบริหารจัดการชำระดอกเบี้ย โดยให้กองทุนฟื้นฟูมีหน้าที่รับผิดชอบชำระเงินต้นและดอกเบี้ย และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้กำกับดูแล รวมทั้งหาแหล่งเงินทุนในการชำระเพื่อให้ยอดหนี้สาธารณะจำนวน 1.14 ล้านล้านบาท ​ได้รับการจัดการอย่างมีระบบ และมีงบเพียงพอในการจัดการหนี้สาธาณะส่วนอื่น เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศ รวมทั้งสร้างเสถียรภาพการเงิน การคลังโดยรวม จึงเป็นเหตุที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งความจำเป็น และเหตุผลให้นั้นสมาชิกจะเห็นเจตนารมย์ของรัฐบาลที่มีความจำเป็นความเร่งด่วนนี้ และควรให้ความเห็นชอบเพื่อให้รัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป 

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า  แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ​ แต่ต้องพิจารณาใน​2 มิติ คือ รัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ที่รัฐบาลจะตัดสิทธิฝ่ายนิติบัญญัติ ในการมีส่วนร่วมพิจารณาการออกกฎหมาย  ซึ่งมีความจำเป็นปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมทั้งประเด็นความกังวลผลกระทบทางลบที่รัฐบาลอาจไม่ได้คิดถึง

ทั้งนี้  พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท  มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่ไม่ได้เร่งด่วนจนต้องออกเป็น พ.ร.ก.​ เพราะจนถึงวันนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในแผนการใช้เงิน จนกระทั่งวันที่ 15 ก.พ ซึ่งเป็นวันที่ต้องให้การด้วยวาจาต่อศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเพิ่งจะมายื่นเอกสาร   อีกทั้งที่ผ่านมารัฐบาลเคยกู้เงินไปแล้ว  1.2 แสนล้านบาท จัดสรรไปใช้ได้เพียง 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

นายกรณ์ กล่าวว่า ​พ.ร.ก.โอนหนี้ฯ เป็นการผลักภาระหนี้ของ รัฐบาลไปจากตนเองไปสู่ประชาชน โดย อ้างว่าผลักภาระไปให้ธปท. ทั้งที่ รู้กันโดยเปิดเผยว่าแบงก์พาณิชย์เมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็ต้องผลักไปให้ประชาชน นี่คือความหละหลวม   ขณะที่ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์​และธนาคารัฐ 0.47% แต่ไม่นำไปชำระหนี้ กลับไปตั้งกองทุนพัฒนาประเทศ ถือว่าเป็นการปล้นคลัง นำกำไรของรัฐที่มีอยู่แล้วออกมาไปใช้โดยไม่ผ่านระบบงบประมาณ ถ้าใช้มาตรฐานอย่างนี้เป็นการลิดรอนอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในอนาคต ​

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ลุกขึ้นชี้แจงว่า ​ข้อเท็จจริงพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถพูดว่าการตรา พ.ร.ก. 2 ฉบับนี้ไม่ถูกต้อง เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า รัฐบาลทำถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ การบอกว่ารัฐบาลฉวยโอกาสนั้นก็ยอมรับว่าจริง แต่ฉวยโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่า เรามีแผนงานที่ชัดเจนแล้วจึงได้ตรา พ.ร.ก. 4 ฉบับนี้ขึ้นมา แต่การตราพ.ร.ก.เงินกู้ 3.4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลชุดที่แล้วนั่นแหละที่ไม่ชัด เพราะจนถึงวันนี้งบไทยเข้มแข็งก็ยังเหลือค้างอยู่ แล้วออกมาเป็นพ.ร.ก.ได้อย่างไร ​​

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท