
เผยพบชาวอิหร่านโยงบึ้มอีก 2 คน
ปานศิริ เผยพบชาวอิหร่านโยงบึ้มอีก 2 รายระบุหนีออกนอกแล้ว สั่งเร่งตรวจสอบที่มาสติกเกอร์ “SEJEAL”
ปานศิริ เผยพบชาวอิหร่านโยงบึ้มอีก 2 รายระบุหนีออกนอกแล้ว สั่งเร่งตรวจสอบที่มาสติกเกอร์ “SEJEAL”
เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผบ.ตร. ประชุมชุดสืบสวนเพื่อติดตามคดีคนร้ายชาวอิหร่านก่อเหตุระเบิดภายในซ.สุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
พล.ต.อ.ปานศิริ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สำหรับการสืบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีนั้น ได้มอบหมายให้พล.ต.ท.กฤษฎา พันธ์คงชื่น ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. จัดชุดทีมสืบสวนและให้กำกับดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เบื้องต้นได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 5 คน ซึ่งเป็นชาวอิหร่านทั้งหมดตามหลักฐานที่ปรากฎ อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนคดีมีความคืบหน้าไปมาก และยังได้พยานหลักฐานที่สามารถยืนยันตัวผู้ต้องหาได้
พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตรวจสอบการเข้า-ออก ของผู้ต้องหาทั้ง 5 คนที่ถูกออกหมายจับ รวมถึงสถานที่พักอาศัยในเมืองไทย และให้ตรวจสอบการติดต่อกับบุคคลอื่นที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น
“สตม.รายงานเข้ามาว่ามีการตรวจสอบบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหา พบว่ามีบุคคลทีเกี่ยวข้อง 2 คน ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด โดยขณะนี้บุคคลทั้ง 2 ได้ออกจากประเทศไทยไปแล้วน อกจากนี้ ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อนายโมราบิ ผู้ต้องหาก่อเหตุระเบิดที่บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวจนขาขาด เนื่องจากยังคงรับการรักษาร่างกายอยู่ และยังไม่มีสติรับรู้อย่างชัดเจน”
รองผบ.ตร. กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของสติกเกอร์ข้อความว่า “Sejeal” ที่ติดไว้ 4 จุดนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบอยู่ ทั้งนี้พบว่าภายในห้องพักของผู้ต้องหาพบสติกเกอร์ข้อความดังกล่าจำนวน 440 ใบ และยังมีอีกในรถจักรยายนต์ที่ตรวจพบอีก 6 ใบ ซึ่งตำรวจจำเป็นต้องตรวจสอบถึงที่มา และความหมายของสติกเกอร์ดังกล่าว ส่วนด้านการข่าวขณะนี้ทางตำรวจทราบข้อมูลไปมากเช่นกัน แต่คงเปิดเผยอะไรมากไม่ได้
“ส่วนกรณีที่ว่าทางการมาเลเซียต้องการเอกสารเพิ่มในการขอตัวนายมาซุด ผู้ต้องหาก่อเหตุระเบิดอีกรายที่ถูกควบคุมตัวอยู่นั้น ทั้งนี้ทางตำรวจไทยยังไม่ได้รับการประสานโดยตรง แต่หากมีการร้องขอเอกสารเพิ่มทางตำรวจไทยก็ยินดีจะส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้” รองผบ.ตร. กล่าว
ขณะที่พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางสถานทูตต่างๆ ประสานเข้ามาเพื่อขอกำลังตำรวจเข้าไปดูแล รวมถึงสถานที่ที่มีชาวต่างชาติอยู่จำนวนมาก เช่นถนนข้าวสารเป็นต้น ซึ่งทางตำรวจก็พร้อมจะส่งกำลังเข้าไปดูแลอยู่แล้ว







