
ไอซีทีตั้งทีมไล่ล่า ค่าเสียหายสัมปทาน
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที และรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อตรวจสอบข้อมูล หลักฐาน เอกสาร ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงไอซีทีทั้งหมด หลังศาลฎีกาฯ ตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท
ประเด็นหลักที่จะต้องพิจารณาคือเรื่องภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคมที่ ครม.อนุมัติให้หักจากส่วนแบ่งรายได้ที่นำส่งทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ส่งผลให้เสียหายหลายหมื่นล้านบาท
การปรับลดส่วนแบ่งรายได้สำหรับโทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) จาก 25% เหลือ 20% และอนุมัติให้บริษัท ไทยคม ยิงดาวเทียมไอพีสตาร์ขึ้นสู่วงโคจรแบบดาวเทียมหลัก ทั้งที่ตามสัญญาต้องเป็นดาวเทียมสำรอง รวมทั้งการคืนเงินประกันค่าสินไหมทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ที่เกิดเหตุขัดข้อง จำนวน 268 ล้านเหรียญสหรัฐ
พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า การตรวจสอบจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะที่ผ่านมาได้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ในเบื้องต้น ครม.ให้เวลาการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 90 วัน โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าวในวันที่ 4 มี.ค.นี้
ด้านนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด กล่าวว่า ในอีก 23 วันข้างหน้า ทางอัยการจะทำเรื่องขอศาลสั่งบังคับคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
อัยการสูงสุด กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าทีมทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่น่าจะมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญที่จะไปเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้ เพราะในการต่อสู้คดีในชั้นศาลนั้นก็เห็นกันชัดเจนแล้วว่าทุกฝ่ายได้นำพยานหลักฐานต่างๆ ที่สำคัญมาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่แล้ว
“
ตามกฎหมายพิจารณาความแพ่งระบุไว้ชัดเจนว่า การอุทธรณ์ไม่ถือเป็นเหตุให้มีการทุเลาการบังคับคดีได้ นอกเสียจากศาลจะมีคำสั่งให้มีการทุเลาการบังคับ” นายจุลสิงห์ กล่าวนอกจากนั้น ภายใน 12 วันนี้ กรมบัญชีกลางจะประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นผู้บังคับคดีเพื่อนำทรัพย์สินตามคำพิพากษาของศาล 4.6 หมื่นล้านบาท โอนมาเป็นรายได้ของแผ่นดินเช่นกัน
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สำหรับการหาผู้รับผิดชอบจากความเสียหายที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิด ต้องสรุปใน 60 วัน จะให้ทุกฝ่ายมาชี้แจงก่อน และกรมบัญชีกลางจะชี้ขาดในช่วง 2 เดือนข้างหน้า
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เขียนข้อความใน
“เฟซบุ๊ก” ตอนหนึ่งว่า คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ที่ให้ยึดทรัพย์ 4.63 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นการตัดสินที่ยุติธรรม แม้ว่าส่วนตัวคิดว่าต้องยึดทั้งหมด 7.6 หมื่นล้านบาทก็ตามทั้งนี้ มองว่าถ้ายึดเพียงส่วนเกินก็หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ โกงแล้วเท่าทุน แต่ข้อเท็จจริงก็คือหน่วยงานต่างๆ ที่เสียหายจากการทุจริตยังมีหน้าที่ต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายอีกหลายแห่ง เช่น เอ็กซิมแบงก์ ซึ่งส่วนตัวรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งรู้สึกว่าเหตุใดยังไปจองล้างจองผลาญอีก ไม่ยอมสมานฉันท์
“
ผมรู้ล่วงหน้าเลยครับ ว่าจะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งและน่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ด้วย ต้องคิดและรู้สึกว่าทำไมยังไปจองล้างจองผลาญอีก พอแล้วได้ไหม สมานฉันท์กันได้หรือยัง" นายกรณ์ เขียนข้อความผ่าน facebookนายกรณ์ ยังเขียนข้อความว่า
“เหตุผลส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะทักษิณยังไม่สำนึกในความผิดที่ตนเองได้ทำไป ยังไม่ยอมรับถึงความเสียหายที่ได้ทำไว้กับประเทศชาติ และที่สำคัญยังไม่ยอมรับว่าทั้งหมดนั้นเขาทำตัวเขาเอง แต่ยังกลับคิดว่าตนเป็นผู้ถูกกระทำ และเมื่อเขายังขู่อยู่ว่าจะสู้ต่อไป จะเอาคืนกับทุกอย่าง ผมก็ต้องขอบอกครับว่าผมคนหนึ่งก็จะไม่ยอม และไม่ใช่เพราะผมไม่ชอบทักษิณอย่างเดียว แต่เป็นเพราะผมเป็น สส. ผมเป็น รมว.คลัง และผมมีหน้าที่ที่ต้องทำ และที่สำคัญประสบการณ์ 45 ปีที่ผ่านมาที่ต่อสู้เรื่องนี้มา ทำให้ผมรู้ด้วยครับว่าเราไม่มีสิทธิและไม่สามารถ และไม่ควรปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของคนอื่น” นายกรณ์ ระบุในเฟซบุ๊ก






