
ทุ่มพันล้านยึด อบจ.โคราช 3 พรรคระดับชาติหนุนแข่งเดือด
การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาน่าจับตา
โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาน่าจับตา อาจเรียกได้ว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เพราะอีกเพียง 2 สัปดาห์ ก็จะถึงกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้ง 18 มี.ค.
สนามนี้ดุเดือดอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นศึกตัวแทนพรรคการเมืองระดับชาติ ที่คัดตัวผู้สมัครลงชิงชัยโดยคาดหวังชัยชนะกันทุกกลุ่ม ใช่เพียงแค่การเข้ากุมอำนาจบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ประชากรร่วม 2 ล้านคน เม็ดเงินงบประมาณปีละนับพันล้านบาท แต่โคราชยังเป็นฐานการเมืองระดับชาติที่สำคัญ ด้วยจำนวน สส.ถึง 15 คน ซึ่งทุกพรรคและทุกกลุ่มการเมืองคาดหวังที่จะเข้าไปยึดครอง
ดังนั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมาครั้งนี้ จึงปรากฏเงาของพรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆ อยู่เบื้องหลังผู้สมัคร เมื่อแบ็กดี การเดินหน้าลุยก็เต็มที่
อดิศร เนาวนนท์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา วิเคราะห์ว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมาเที่ยวนี้ต้องมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“ขณะนี้เริ่มมีการจัดตั้งเตรียมซื้อเสียงแล้ว การลงทุนเพื่อที่จะให้ได้รับชัยชนะไม่น่าจะต่ำกว่าตัวเลข 1,000 ล้าน” อดิศร กล่าว
เขาวิเคราะห์ไล่เรียงผู้สมัครรายบุคคล
เริ่มจากตัวเก็งอันดับ 1 นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ. ผู้สมัครหมายเลข 3 แรงหนุนได้จากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น สมพลคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ วิรัช รัตนเศรษฐ รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง นำโดย สุพร อัตถาวงศ์
หมายเลข 2 ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีต รมว.ไอซีที ได้แรงหนุนสำคัญจาก สุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
ส่วนหมายเลข 1 วิทูร ชาติปฏิมาพงษ์ แรงหนุนจากพรรคภูมิใจไทย กลุ่ม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์
วิเคราะห์โอกาสของชัยชนะ อดิศร ไล่เรียงว่า นพ.สำเริง ได้เปรียบในฐานะอดีตนายก อบจ. อีกทั้งฐานเสียงจากกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน และกลุ่มครู อาจารย์
หมายเลข 2 ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ นั้นต้องรอดูความชัดเจนว่า สุวัจน์ จะทุ่มเทช่วยเหลือแค่ไหน เพราะขณะนี้ก็มีเพียงแค่ฐานเสียงเดิมของว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ซึ่งคุมพื้นที่ อ.จักราช ห้วยแถลง และหนองบุญมาก เท่านั้น ยิ่งเมื่อว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ เสียชีวิตไปแล้ว ก็ต้องวัดกำลังฐานเสียงเหล่านี้ว่ายังเหนียวแน่นเหมือนก่อนหรือไม่ ดังนั้นโอกาสของ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ จึงยังตกเป็นรอง
ด้านหมายเลข 1 วิทูร อดีตนายก อบจ. 3 สมัย ที่เคยพ่ายแพ้ให้ นพ.สำเริง เมื่อการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว เบื้องต้นก็หวังพึ่ง สุวัจน์ แต่มีกระแสข่าวว่ากลุ่มของพรรคภูมิใจไทยยื่นมือให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มฐานเสียงในระดับชนชั้นกลางฐานเสียงดั้งเดิม ขุมกำลังของผู้สมัครทั้งสามรายค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน แต่ประเมินในเบื้องต้นขุมกำลังของ นพ.สำเริง จะหนาแน่นชัดเจนกว่าทุกคน
“ขอให้เฝ้าจับตาโค้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งให้ดี เพราะมีโอกาสที่จะพลิกได้ตลอด” อดิศร กล่าวทิ้งไว้ให้ระทึกใจ







