posttoday
เอสแอนด์พีจ้องไทย แก้น้ำท่วมได้เรตติ้ง

เอสแอนด์พีจ้องไทย แก้น้ำท่วมได้เรตติ้ง

29 กุมภาพันธ์ 2555

เอสแอนด์พีเผยมาตรการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลมีผลต่ออันดับเครดิตของประเทศ

เอสแอนด์พีเผยมาตรการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลมีผลต่ออันดับเครดิตของประเทศ

นายตันคิมเอง ผู้อำนวยการอาวุโสภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงต่อการจัดอันดับเครดิตของไทยในปีนี้มีน้ำหนักอยู่ที่ปัจจัยการเมืองและปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยมีความเสี่ยงในระยะสั้นที่ต้องจับตาดู คือ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่จะมีต่อนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ในเดือนเม.ษ. และ การปลดล็อกกลุ่มนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 ที่ติดโทษเว้นวรรคทางการเมืองในเดือน พ.ค.

ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามความคืนหน้าของการโยกหนี้กองทุนฟื้นฟูจากกระทรวงการคลังไปอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และการร้องขอให้ธปท.ปล่อยเงินกู้ซอฟท์โลนวงเงิน 3 แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมไปถึงมาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วมในอนาคตของรัฐบาล

สำหรับกรณีปัญหาเรื่องกฏหมายฟอกเงินนั้น มองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่และสามารถแก้ไขได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังไม่ใช่ศูนย์กลางที่สำคัญของตลาดเงิน จึงไม่มีผลกระทบต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากนัก

ทั้งนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังคงมีจุดแข็งจากระดับของภาครัฐที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำและมีสัดส่วนการกู้ยืมจากต่างประเทศน้อย นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบการเงินที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยล่าสุด เอสแอนด์พียังคงระดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ ที่ระดับ BBB+/A2 และระดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินบาท ที่ระดับ A/A2 และได้ยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ(stable) นอกจากนี้ยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยบน ASEAN Regional Scale ระยะยาวที่axAA และระยะสั้นที่ axA1


บริษัทอาจมีการปรับลดความน่าเชื่อถือได้ในอนาคตหากมาตรการป้องกันอุทกภัยในอนาคตไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงหากเกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศไทย

ในทางกลับกันก็อาจปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยหากสถานการณ์ทางการเมืองมีความมั่นคง ซึ่งจะสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและฐานะการคลังของรัฐบาลให้ดีขึ้น

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ปฏิเสธที่จะชี้แจงเรื่องการจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท จะเริ่มรับประกันจากผู้ประกอบการได้เมื่อไร หลังจากที่กำหนดไว้จะเริ่มรับประกันวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เพราะคณะกรรมการกองทุนยังไม่สามารถสรุปรายละเอียดเบี้ยประกันได้

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เบี้ยประกันของประชาชนถูกกว่าธุรกิจรายใหญ่ และไม่จำเป็นต้องคิดค่าเบี้ยประกันตามพื้นที่เสี่ยง หากกองทุนกำหนดเบี้ยประกันแพงเกินไปคนใช้บริการก็จะไม่มาซื้อประกันเพราะไม่คุ้ม แต่หากต่ำเกินไปธุรกิจประกันก็จะไม่ร่วมดำเนินการด้วย รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี เบื้องต้น ข้อสรุปการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติครั้งล่าสุด กำหนดการคิดเบี้ยประกันในอัตราเดียวแต่ละกลุ่ม ทั้งในกลุ่มบ้านเรือนประชาชนทั่วไปเบี้ยอยู่ที่ 1% ธุรกิจเอสเอ็มอี และอุตสาหกรรมรายใหญ่ อยู่ที่ 1.52% ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาว่าจะสามารถให้เบี้ยลดลงอีกได้เท่าไหร่ โดยจะนำผลการศึกษารายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 1 มี.ค.นี้คณะกรรมการพิจารณาเบี้ยประกันจะหารือถึงผลการศึกษาอีกครั้ง หลังจากนั้นจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าเพื่อให้สามารถเริ่มขายกรมธรรม์ได้ภายสัปดาห์ที่ 1-2 ของเดือน มี.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล