posttoday
ถึงวันเปลี่ยน'รธน.'วุฒิสภาเริ่มเปลี่ยนไป

ถึงวันเปลี่ยน'รธน.'วุฒิสภาเริ่มเปลี่ยนไป

29 กุมภาพันธ์ 2555

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะเดินหน้าได้ ก็เริ่มนับหนึ่งให้เห็นแล้ว โดยวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบในวาระที่ 1 เพื่อเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งสำคัญของ กมธ.

เมื่อมองการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปข้างหน้าแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องย้อนกลับหลังเช่นกัน โดยการมองกลับหลังนั้นเป็นการมองผ่านผลการลงมติเมื่อกลางดึกวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 399 ต่อ 199 และงดออกเสียง 14 เสียง

ตัวเลขที่ออกมาแสดงถึงนัยสำคัญต่อท่าทีในอดีตและในอนาคตเป็นอย่างมาก

ความน่าสนใจของตัวเลขที่ออกมาไม่ได้อยู่ที่การออกเสียงของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพราะเสียงในซีกการเมืองสภาล่างไม่แตกแถว แต่ปรากฏว่าในส่วนของสภาสูง หรือวุฒิสภา กลับมีความผิดปกติเล็กน้อยถึงปานกลาง

คะแนนเสียงที่ผิดปกติตกอยู่ใน “สว.สรรหา” พบว่าในเสียงสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 399 เสียง มีเสียงของ สว.สรรหาจำนวน 17 เสียง และงดออกเสียงถึง 8 คน จากทั้งหมด 14 เสียง ทั้งนี้ในส่วนของคะแนนงดออกเสียงต้องตัดออกไป 1 เสียงของ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เพราะเป็นการงดออกเสียงตามมารยาททางการเมืองในฐานะรองประธานรัฐสภา

คะแนนงดออกเสียงแม้ว่าจะไม่ได้แสดงถึงการสนับสนุนอย่างชัดเจน แต่ในทางการเมืองถือเป็นการเห็นด้วยกับรัฐบาลทางอ้อมอย่างหนึ่ง และพร้อมจะแปลงเป็นเสียงสนับสนุนในอนาคต

เท่ากับว่ารัฐบาลมีเสียงสนับสนุนจาก สว.สรรหา ในมือแล้วอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 คน

สว.สรรหา 75 คน เป็นฐานการเมืองที่รัฐบาลชุดนี้พยายามจะเจาะมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ยังทำได้ไม่เต็มไม้เต็มมือมากนัก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า สว.สรรหา ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ฝ่ายค้านสภาสูงรบกับขั้วการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังจากวุฒิสภาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นระบบเลือกตั้ง ซึ่งต้องตกอยู่ใต้ปีกของฝ่ายการเมืองไปโดยอัตโนมัติ

ถึงวันเปลี่ยน'รธน.'วุฒิสภาเริ่มเปลี่ยนไป

 

การเจาะมาได้กว่า 20 คน และกำลังมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อรวมกับฐาน สว.เลือกตั้งเดิมที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว 50-60 เสียง ดังนั้นรัฐบาลมีเสียง สว.ในมือแน่ๆ ไม่ต่ำกว่า 70 เสียง และจะกลายเชื้อเพลิงสำคัญที่ทำให้รัฐนาวา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล่นฉิวบนมหาสมุทรแห่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เจาะลึกลงไปใน สว.สรรหา ที่ให้การสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยพลิกปูมและดูหน้าค่าตาของ สว.กลุ่มนี้แล้วจะพบว่าล้วนเป็นคนกันเองกับขั้วเพื่อไทยแทบทั้งสิ้น หรือไม่ก็เป็นแนวร่วมต่อต้านกลุ่ม 40 สว.

“พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์” อดีตรอง ผบ.ตร. หนึ่งในผู้ออกเสียงสนับสนุน มีสถานะเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 26 เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ความแนบแน่นยังแสดงให้ได้จาก “สิริกร มณีรินทร์” ภริยา เคยดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลทักษิณด้วย

ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 2549 พล.ต.อ.วงกต จะเริ่มรักษาระยะห่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และเก็บตัวเงียบมาตลอด แต่เมื่อได้ลงคะแนนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นคำตอบอยู่ในตัวแล้วว่าความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสองเป็นอย่างไร

“พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี” นับเป็น สว.ที่ไม่ค่อยถูกกับ 40 สว.มากเท่าไหร่นัก และในอดีตเคยเป็นแกนนำก่อตั้งกลุ่ม 64 สว.เพื่อคานอำนาจระหว่างกัน มากันที่ “ประสงค์ ตันมณีวัฒนา” ผู้สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกคน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปรอ.4313) กับ พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ อดีต รมว.พลังงาน ภริยาของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล

“เพ็ญพักตร์ ศรีทอง” สว.อีกคนที่ลงคะแนนรับหลักการ คือ นักเรียนชายคา “วปรอ.4010” ร่วมกับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลูกพี่ลูกน้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ และนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้

ส่วน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ อดีตรอง ผบ.ตร. ถึงจะไม่เคยปรากฏความชัดเจนว่าสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาก่อน แต่กระนั้นเมื่อเหตุการณ์เด้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จาก ผบ.ตร. ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พล.ต.อ.วิเชียร อย่างตรงไปตรงมา

ไม่เพียงเท่านี้ จะเห็นได้ว่า สว.สรรหา ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับขั้วการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ กลับไปลงคะแนนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสวนทางกับการลงมติของฝ่ายค้าน เช่น “ปัญญา เบ็ญจศิริวรรณ” ญาติสามีของ “นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ” สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง “วิชัย ไพรสงบ” สว.สรรหาอีกราย โดยในอดีตเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจาก “อัญชลี วานิชเทพบุตร” สส.ภูเก็ต สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ สว.สรรหา กลุ่มงดออกเสียง มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะพบมีสายสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับพรรคเพื่อไทยไม่น้อย เช่น “สม จาตุศรีพิทักษ์” พี่ชาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเว้นวรรคการเมืองกลุ่ม 111 พรรคไทยรักไทย

“พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์” อดีต สว.กทม. ปี 2549 และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อนร่วมรุ่น นรต.25 กับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.สมัยรัฐบาลสมชาย

เมื่อ สว.สรรหา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นป้อมปราการสำหรับการต่อกรกับกองทัพการเมืองข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ถูกเจาะเข้าไปทีละน้อย ทำให้อนาคตการทำงานของวุฒิสภาน่าจับตามองอย่างยิ่ง จะมีทิศทางต่อไปอย่างไรภายใต้ความขัดแย้งทางการเมืองที่เริ่มปะทุเวลานี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท