
ร้ายกว่าแดงแล้งสิครับ
อนาคตของประเทศไม่ได้อยู่ที่เสื้อแดง ไม่ได้อยู่ที่การแก้ปัญหามาบตาพุด แต่จุดเป็น-ตาย อยู่ที่น้ำ
อนาคตของประเทศไม่ได้อยู่ที่เสื้อแดง ไม่ได้อยู่ที่การแก้ปัญหามาบตาพุด แต่จุดเป็น-ตาย อยู่ที่น้ำ
เพราะบ้านเมืองเรา เป็นประเทศเกษตรกรรม แม้ในอดีตแม้จะเคยดัดจริตอยากเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือ นิก : NIC - Newly Industrialized Countries ทว่าประวัติศาสตร์ได้ให้บทเรียนอย่างเจ็บปวด นิก มันเป็นได้แค่ Narok is coming หรือนรกกำลังจะมา เท่านั้น
วิกฤตเศรษฐกิจหลายครั้ง พิสูจน์อย่างชัดแจ้ง หากเราไม่ใช่ประเทศเกษตรกรรม ป่านนี้บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่ได้อยู่กันสุขสบายเหมือนปัจจุบัน
น้ำจึงเป็นหัวใจของการเกษตร
หากไม่มีน้ำ เกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ก็มีหวังหมดสิ้นทางทำมาหากิน ไม่มีข้าวจะปลูก
และหากไม่มีข้าว ก็คงต้องอดตายทั้งประเทศ
สัญญาณภัยแล้งอย่างรุนแรงในปีนี้ น่าจะปลุกให้คนทั้งประเทศตื่นขึ้นมาได้ เพราะแสดงให้เห็นถึงอนาคตอันน่ากลัวที่กำลังจะเกิดขึ้น
ซ้ำๆ ซากๆ
เราจะไม่มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก หรือต่อการใช้งานอีกต่อไปในระยะเวลาไม่นาน
แหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไม่สามารถก่อสร้างขึ้นมาได้ น้ำฝนที่ตกลงมา หลังจากท่วมจนก่อความเสียหายแล้วก็จะไหลทิ้งทะเล
ขณะเดียวกัน แหล่งน้ำที่เป็นแม่น้ำสากลอย่าง แม่น้ำโขง ก็เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำ จีนสร้างเขื่อนขนาดยักษ์กักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ จน
ทำให้ประเทศที่อยู่ท้ายน้ำอย่างไทย เขมร เวียดนาม ประสบปัญหา
น้ำ จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญระดับชาติ
ถ้าไม่หาทางกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ คงต้องแห้งตาย
และขอย้ำเราเหลือเวลาไม่มากนัก
งบประมาณไทยเข้มแข็งที่ออกมาในช่วงแรก ต่างละเลงไปกับโครงการจัดสรรรับประกันกันเหลือเฟือ โดยไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การสร้าง
ยุทธศาสตร์น้ำระดับชาติแม้แต่น้อย
ในยามนี้เมื่อรัฐบาลประกาศจะจัดสรรงบประมาณไทยเข้มแข็งเสียใหม่ เงินที่เหลืออยู่จึงจำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาน้ำอย่างเป็น
ระบบ
หากรัฐบาลยังดูดาย ไม่ใส่ใจปัญหาน้ำอย่างจริงจัง คงต้องถึงขั้นต้องแช่ง
สาธุ ขอให้ทั้งคณะรัฐมนตรี ไม่มีน้ำกิน ไม่มีน้ำใช้ เกิดชาติหน้าฉันใด ก็ให้ไปอยู่กลางทะเลทราย แห้งจนขาดใจตายนั่นแหละ อย่าให้
ผิดคำเลย
เพี้ยง...ขอให้ขลัง ต้องแช่งกันจริงๆ แล้ว







