
เสียงโครมบนตึกไทย เบื้องหลังบัณฑูรเผ่น
แม้จะเส้นใหญ่ซี้สนิทคนไกล ณ ดูไบ อุตส่าห์ส่งมาเป็นมือไม้ช่วยกดเครื่องคิดเลขให้นายกฯตึกไทย แต่คิดเลขเก่งมันไม่พอ ต้องรู้ใจด้วย
แม้จะเส้นใหญ่ซี้สนิทคนไกล ณ ดูไบ อุตส่าห์ส่งมาเป็นมือไม้ช่วยกดเครื่องคิดเลขให้นายกฯตึกไทย แต่คิดเลขเก่งมันไม่พอ ต้องรู้ใจด้วย
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ก่อนหน้านี้ในคอลัมน์ 7 หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เคยนำเสนอเสียงลือเสียงเล่าอ้าง กรณีอาการน้อยอกน้อยใจของ บัณฑูร สุภคัวนิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากเมนูเกาเหลารสร้อนแรงบนตึกไทยคู่ฟ้า จนต้องเก็บข้าวของไปนั่งสงบสติอารมณ์แถวตึก 44 หรือตึกสีเทา ซึ่งเป็นตึกเก่าสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่สมัยก่อนเรียกว่า “ห้องเย็นข้าราชการประจำ”
ผ่านวันโน้นมาวันนี้ สายสืบได้ความเพิ่มเติมมาด้วยว่า แม้แต่ก่อนประชุมครม.สัญจร อุดรธานี เกิดมีคนหูดีได้ยินเสียงดังบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเอาโตะใจหมกเลย เกิดรัยขึ้นหว่า
ทราบเรื่องราวในภายหลัง โอ๊ะโอ๋! แฟ้มเอกสารงานบริหารประเทศปึกใหญ่ หล่นตุ๊บจากอุ้งมือมารชะเอ้ยสาวงามท่านใดไม่ขอบอก แต่มันดันตกลงใส่โต๊ะทำงานใครก้อไม่รู้เสียงดังโครม!
แม้จะเส้นใหญ่ซี้สนิทคนไกล ณ ดูไบ อุตส่าห์ส่งมาเป็นมือไม้ช่วยกดเครื่องคิดเลขให้นายกฯตึกไทย แต่คิดเลขเก่งมันไม่พอ ต้องรู้ใจด้วย แถมจังหวะคนหน้าใหม่ท่าทางอ้วนพลีเริ่มเพ่นพ่านมาจัดแจงอีกทั้งเป็นงานการเมืองมากกว่ากดเครื่องคิดเลข
เมื่อเป็นฉะนี้ มันจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร บ๊ายบายลาก่อน
ในที่สุดจากเรื่องเล่าลือก็เป็นจริง เมื่อนายบัณฑูร ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ การลาออกของนายบัณฑูร มีเบื้องหลังเกิดจากปัญหาการทำงานของทีมงานฝ่ายการเมือง รอบกายนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นหลังจาก นายกรัฐมนตรี ได้ดึงนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ อดีตโฆษกพรรคไทยรักไทย มาช่วยงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า หลังจากผ่านพ้นปัญหาวิกฤตน้ำท่วม โดยนายสุรนันท์ ทำหน้าที่เสมือนเลขาส่วนตัว นายกฯ นั่งทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า และคอยทำหน้าที่สกรีนงานต่างๆให้นายกฯทุกเรื่อง
โดยเฉพาะงานด้านการเมืองและด้านสื่อสารมวลชน จนกระทั่งเข้าไปบริหารจัดรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ส่งผลให้นายสุรนันท์มีบทบาทอย่างมากในทำเนียบรัฐบาล จนทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับทีมงานการเมืองของนายกรัฐมนตรีบางส่วน เช่น นายบัญฑูรซึ่งแม้นายบัณฑูร จะเป็นเพื่อนสนิทกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่เรียนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยกันทั้งคู่ จนพ.ต.ท.ทักษิณ ส่งนายบัณฑูรมาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทำให้นายบัณฑูรต้องลาออกจากส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย แต่นายสุรนันท์ ได้รับความไว้วางใจจากนายกฯมากกว่า อีกทั้งมีกระแสข่าวจากเพื่อไทยบางส่วนว่านายสุรนันท์ยังได้แรงหนุนจาก คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร ด้วย
ปัญหาการทำงานของนายบัญฑูร กับนายกฯ เริ่มมีปัญหามากขึ้นในช่วงหลัง เพราะนายกฯ ไม่พอใจการทำงานของนายบัญฑูรบางเรื่องเช่น การเตรียมเอกสารสุนทรพจน์หรือสคิปต์ที่ให้นายกฯ กล่าวในงานต่างๆ ปรากฎว่าไม่เป็นที่พอใจแก่นายกฯและทีมงาน จนบางครั้ง นายกฯต้องทำการดึงเอกสารมาแก้ใหม่ จนสุดท้ายนายบัณฑูรจึงตัดสินใจลาออกในที่สุด
ทั้งนี้ กลุ่มกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยที่มี คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้ากลุ่ม สส.กทม.ว่าเมื่อเร็วๆนี้ทางกลุ่ม ได้ทำการหารือกันถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่บ้าน คุณหญิงสุดารัตน์ โดยวงประชุมดังกล่าวได้มีการหารือกันเรื่องการเมืองในพรรคเพื่อไทย ในช่วงเดือนมิถุนายน ที่กลุ่ม สมาชิกบ้าน 111 จะพ้นโทษทางการเมืองโดยส.ส.ในกลุ่มได้รับสัญญาณว่าพวก 111 ไทยรักไทยจะยังไม่กลับมารับตำแหน่งการเมืองทันทีหลังเดือนมิถุนายน ยกเว้นเหตุจำเป็นจริงๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ในพรรคได้แสดงฝีมือเต็มที่ ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือกันถึงบทบาทของนายสุรนันท์ที่เคยเป็นคนของคุณหญิงสุดารัตน์ด้วย
แหล่งข่าวจากกลุ่มกรุงเทพฯพรรคเพื่อไทยระบุว่าส.ส.ส่วนใหญ่ รวมถึงคุณหญิงสุดารัตน์ ได้หารือกันถึงกระแสข่าวที่ว่า นายสุรนันท์จะกลับมารับตำแหน่งทางการเมืองด้วยด้วยการเป็นรัฐมนตรีด้วยหากมีการปรับครม.ในอนาคต โดยคุณหญิงสุดารัตน์และกลุ่ม กทม .เห็นตรงกันตรงว่าไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมา นายสุรนันท์ ทิ้ง พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยไป ในยามลำบากในช่วงหลัง19 กันยายน 49 ไปร่วมก่อตั้งพรรคเพื่อแผ่นดินแล้วก็ตั้งทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. แข่งกับพรคพลังประชาชน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมาช่วยงานอะไรพรรคเพื่อไทย เพิ่งจะมาหลังพรรคชนะการเลือกตั้ง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยก็แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย ในเรื่องที่จะให้นายสุรนันท์มารับตำแหน่งการเมืองหลังเดือนมิถุนายน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคุมสื่อ หรือเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะเข้ามารับตำแหน่งเต็มตัวเพื่อแทน พล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่องที่รักษาการเลขาธิการนายกรัฐมนตรีขณะนี้ ซึ่งเป็นเพื่อนเตรียม 10 และ นรต.รุ่น 26 กับทักษิณ
อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ ให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า นายบัญฑูร ได้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเข้าประชุม ครม. ว่าเนื่องจากมีปัญหาทางด้านสุขภาพ และคนในครอบครัวต้องการให้พักผ่อน เพราะที่ผ่านมาทำงานหนักมาตลอดตั้งแต่ ผอ.สำนักงบประมาณ จนมาเล่นการเมือง ซึ่งนายกฯ แสดงความเสียดาย เพราะเป็นคนมีความรู้ความสามารถ ทุ่มเททำงาน มาเช้ากลับดึก จึงขอต่อนายบัญฑูร ว่าอยากให้อยู่ช่วยงานต่อ โดยขอให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งายบํณฑูร ตอบรับ จึงยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน







