
ยก 2 แก้รธน.เดือดแน่
ผ่านยกแรกแบบท่วมท้น!!!! ด้วยคะแนนเสียง 399 ต่อ 199 เสียง
ผ่านยกแรกแบบท่วมท้น!!!! ด้วยคะแนนเสียง 399 ต่อ 199 เสียง เห็นชอบในหลักการวาระแรกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขั้นตอนการลงมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา
แม้ตามหลักการจะเพียงแค่การแก้ไขเฉพาะมาตรา 291 มาตราเดียว แต่เป็นมาตราเดียวที่ส่งผลต่อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ด้วย “อำนาจ” สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ที่จะตั้งขึ้น
เสียงสะท้อนแสดงความเป็นห่วงจาก สว.และ สส.ซีกฝ่ายค้าน มองว่ามาตรานี้ไม่ต่างจากการเซ็น “เช็คเปล่า” ให้อำนาจ ส.ส.ร.เข้าไปกำหนดทิศทาง ลงรายละเอียดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ที่สำคัญ รัฐสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไม่สามารถเข้าไปปรับแก้เนื้อหาสาระใดๆ ทำได้เพียงแค่การลงมติ รับ หรือ ไม่รับ ในเนื้อหาที่ ส.ส.ร.ร่างขึ้นเท่านั้น
เงื่อนไขแบบ “มัดมือชก” เช่นนี้เอง ทำให้ฝ่ายค้านต้องการให้ระบุชัดเป็นลายลักษณ์อักษรลงไปในมาตรา 291 ว่าจะไม่แตะต้อง 3 ปมร้อน เพื่อเป็นหลักประกันขั้นแรกตั้งแต่เริ่มต้น ที่จะไม่ถูกหมกเม็ด บิดพลิ้วในภายหลัง
พิจารณาจากท่าทีของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน การแปรญัตติจะแบ่งออกเป็น 3 เรื่อง ประเด็นแรก คือ การที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องยึดเอาหมวดพระมหากษัตริย์ หรือหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งเป็นบทหลักที่เกี่ยวกับประเทศ ไม่มีการแก้ไข
ประเด็น 2 ต้องมีหลักประกันในเรื่องของความเป็นอิสระขององค์กรตุลาการและองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
ประเด็น 3 ไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกใช้ไปในลักษณะของการไปนิรโทษกรรม ซึ่งจะไปเขียนได้หลายแบบ เช่น ระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือการจัดทำนั้นต้องไม่ไปเป็นการไปล้มล้างคำพิพากษาของศาล หรือว่าจะต้องไม่ไปเอื้อประโยชน์ให้กับผู้หนึ่งผู้ใด
ทว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่กรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลจะยอมรับข้อเรียกร้องถึงขั้น “ผูกมัดตัวเอง” บรรจุลงไปในรายละเอียดว่าจะไม่แตะต้องประเด็นเหล่านี้ เพราะนั่นเท่ากับการตีกรอบให้ ส.ส.ร.ไม่สามารถขยับไปแตะต้องประเด็นเหล่านี้ที่เชื่อมโยงไปยังอีกหลายมาตราในรัฐธรรมนูญ
ยิ่งจับสัญญาณจากหนึ่งในทีมกฎหมายจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยออกมาแสดงความคิดเห็นว่าต้องการให้โละองค์กรอิสระอย่าง ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีที่มาที่ไปจากรัฐประหาร ยิ่งสะท้อนจุดหมายปลายทาง
การอภิปรายในวาระแรก รัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายแตะต้องเรื่องสถาบัน พร้อม “ลอยตัว” โยนให้เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ร.
อีกประเด็นที่ต้องถกเถียงกันหนัก คือ ที่มาของ ส.ส.ร. เพราะที่ผ่านมาเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งเป็นห่วงว่า การสรรหาส่วนหนึ่งผ่านการเลือกตั้ง 77 คน จาก 77 จังหวัด อาจเกิดการครอบงำจากฝ่ายการเมือง
ทางออกอาจจะไปกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ คัดกรองผู้ที่จะเข้ามาเป็น ส.ส.ร. ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ ข้อต้องห้ามไม่ให้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรืออะไรอื่นๆ ที่สามารถคัดกรองคนจากฝ่ายการเมืองได้มากกว่าที่เป็นอยู่
ส่วน ส.ส.ร.ที่มาจากการสรรหา การตั้งต้นจากการเสนอชื่อขององค์กรอื่นๆ นอกเหนือจากองค์กรทางวิชาการสถาบันการศึกษาต่างๆ ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงในที่มาที่ไปของ ส.ส.ร.จากภาคสรรหา โดยเฉพาะการให้อำนาจประธานรัฐสภากำหนดประเภท หลักเกณฑ์
กระบวนการขั้นตอนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มมาตรา 291จึงน่าจะเป็นเวทีที่ดุเดือด เกิดการปะทะทางความคิด ต่อสู้กันในเนื้อหารายละเอียดอย่างหนักหน่วง
แม้สัดส่วน 45 กรรมาธิการ เป็นตัวแทนจากเพื่อไทย 19 คน มากกว่าประชาธิปัตย์ที่มี11 คน หรือเกือบเท่าตัว ขณะที่ สว. 10 คนภูมิใจไทย 2 คน ชาติไทยพัฒนา 1 คนชาติพัฒนา 1 คน และพลังชล 1 คน การที่เพื่อไทยจะเข้ามาคุมทิศทางในชั้นกรรมาธิการย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
ความดุเดือดยังไม่จำกัดอยู่ในแค่ชั้นกรรมาธิการ แต่ยังลุกลามออกมายังภายนอกสภา ที่เวลานี้กลุ่มแนวร่วมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มออกมาวอร์มอยู่ข้างสนาม
ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลองศรีเมือง พิภพ ธงไชย สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ฯลฯ ยังพร้อมเพรียงร่วมประกาศจุดยืนออกแถลงการณ์ เรื่อง “หยุดนิติกรรมอำพรางล้มล้างรัฐธรรมนูญยึดอำนาจประเทศไทย”
ก่อนเรียกความฟิตนัดชุมนุมผู้ประสานงานและตัวแทนพันธมิตรฯ ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 10 มี.ค. เวลา 10.00 น. ขณะที่กลุ่มกรีน กลุ่มเสื้อหลากสี กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ล้วนออกมาประกาศตัวเคลื่อนไหวคัดค้านชัดเจนก่อนหน้านี้
สัญญาณความรุนแรงข้างถนนทำท่าจะเริ่มก่อตัวหนักขึ้นเรื่อยๆ!!!
เมื่อทางฝั่งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมานัดชุมนุมวัดขุมกำลังกันอีกระลอกภายใต้ชื่องาน “คอนเสิร์ตหยุดรัฐประหาร เปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญ” ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
จังหวะเดียวกับที่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นกระบวนการในสภา จังหวะเดียวกับที่ทางพันธมิตรฯ ออกมาฮึ่มฮั่ม
จับอาการจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ ที่วิดีโอลิงก์มาขอบคุณ 399 เสียงที่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมครวญเพลงเนื้อหาอยากกลับบ้าน ปลุกใจบรรดาคนเสื้อแดง พร้อมกำชับเรื่องเงินเยียวยา ให้เร่งทำเรื่องให้เสร็จใน 3 เดือน ยิ่งน่าเป็นห่วง
แรงปะทะคู่ขนานทั้งในและนอกสภาที่จะคุกรุ่นขึ้นตามการสุกงอมของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ย่อมทำให้บรรยากาศการเมืองในช่วงเวลานี้ดุเดือดอย่างไม่อาจปฏิเสธได้?







