
คลื่นกัดเซาะชายหาด ม.ราชมงคลตรังพังยับ
น้ำทะเลหนุนคลื่นกัดเซาะชายหาด ม.ราชมงคลตรังพังยับ
น้ำทะเลหนุนคลื่นกัดเซาะชายหาด ม.ราชมงคลตรังพังยับ
ผศ.ดร.สุวิทย์ จิตรภักดี คณะบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง เปิดเผยว่า เกิดปัญหาคลื่นซัดกัดเซาะบริเวณชายหาด ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง จนเสียหายอย่างมากตั้งแต่ 30 เมตรไปจนถึง 100 เมตร ซึ่งสาเหตุจากน้ำทะเลที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้น และมีกำลังแรงขึ้น
นอกจากนั้น ยังพบเห็นต้นสนขนาดใหญ่ที่อยู่มานาน ต้องล้มตายลงไปแล้วนับ 100 ต้น โดยเฉพาะบริเวณชายหาดซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับท่าเทียบเรือทุ่งสน ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง จะปรากฎหลักหมุดดั้งเดิมอยู่ลึกลงไปทะเลประมาณ 30 เมตร จากเดิมที่หลักหมุดดังกล่าวจะตั้งอยู่ริมฝั่ง ทั้งนี้ เป็นผลมาจากปริมาณน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และเป็นผลมาจากการขุดลอกทรายเปิดร่องน้ำ ทำให้น้ำทะเลมีความเชี่ยวกราก รวมทั้งไหลเปลี่ยนทิศทาง
ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อชายหาด ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง จนถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนหายไปหลาย 10 เมตร ซึ่งทางมหาวิทยาลัยกำลังเร่งทำการศึกษา และทดลองวิธีการชะลอความแรงของน้ำแบบธรรมชาติ ด้วยการนำสิ่งของไปวางขวางในจังหวะที่คลื่นซัดน้ำทะเลลง เพื่อหวังจะให้ทรายคงค้างอยู่ที่ชายหาด และเพิ่มปริมาณทรายบนชายหาด ซึ่งหากทำสำเร็จจะถือเป็นผลงานสำคัญที่สามารถนำไปใช้ป้องกันพื้นที่ชายหาดอื่นๆ ได้ทั่วทั้งประเทศ
ผศ.ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า โดยภาพรวมพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดตรัง กำลังประสบปัญหาจากภาวะโลกร้อน จนทำให้น้ำทะเลเพิ่มปริมาณสูงขึ้น ส่วนกระแสน้ำและคลื่นก็มีความรุนแรงขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง สมควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว เหมือนอย่างที่ทางมหาวิทยาลัยกำลังเร่งศึกษาอยู่ในขณะนี้ ที่สำคัญทางจังหวัด โดยเฉพาะรัฐบาล จะต้องเร่งรับมือเป็นการเร่งด่วน เพราะจะส่งผลต่อธรรมชาติทางทะเลทั้งระบบ







