posttoday
คณาจารย์รัฐศาสตร์จี้รัฐสอบข้อเท็จจริงทุจริตในวงราชการ

คณาจารย์รัฐศาสตร์จี้รัฐสอบข้อเท็จจริงทุจริตในวงราชการ

03 มีนาคม 2553

คณาจารย์รัฐศาสตร์ให้กำลังใจ “จาดุร” ปลุกข้าราชการเลิกรับใช้นักการเมืองโกง ด้าน “ธรรมศาสตร์” ออกแถลงการณ์เดี่ยว จี้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

คณาจารย์รัฐศาสตร์ให้กำลังใจ “จาดุร” ปลุกข้าราชการเลิกรับใช้นักการเมืองโกง ด้าน “ธรรมศาสตร์” ออกแถลงการณ์เดี่ยว จี้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เครือข่ายคณาจารย์ด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ 9 สถาบัน  นำโดย นายจรัส สุวรรณมาลา  คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เดินทางเข้าพบนายจาดุร  อภิชาตบุตร หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบดอกไม้ให้กำลังใจสนับสนุนความกล้าหาญที่กล้าออกมาเปิดเผยการทุจริตซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย  โดย นายจรัส  ได้อ่าน “ประกาศสรรเสริญบทบาทใหม่ของข้าราชการไทยที่ต่อสู้เพื่อธรรมาภิบาลในระบบราชการและคุณธรรมในบ้านเมือง” มีใจความว่า ควรที่คนไทยผู้รักความเป็นธรรมจะได้ออกมาปกป้อง เพื่อส่งเสริมและรักษาคนดี ให้คงอยู่เป็นแก่นแกนในการบริหารบ้านเมืองต่อไป และร่วมต่อสู้ในความเลวร้ายในระบบราชการ 3 ข้อ ดังนี้

1. สังคมข้าราชการไทยนับวันจะตกต่ำลงเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากการแข่งขันชิงดีในตำแหน่งหน้าที่และการแสวงหาประโยชน์ส่วนตน จนยอมเสียเกียรติขายศักดิ์ศรี ก้มหัวให้นักการเมืองและพ่อค้า ทำให้ประชาชนเกิดความเอือมระอา มองข้าราชการด้วยความเหยียดหยัน และหมดศรัทธาในราชการไทยทั้งระบบ

2. นักการเมืองจะโกงกินไม่ได้เลย ถ้าข้าราชการเลวๆ ไม่ให้ความร่วมมือ ตั้งแต่การแนะนำช่องทางแก่นักการเมือง ชงเรื่อง ตั้งแท่น และจัดเก็บผลประโยชน์ต่างๆ มาให้ อนึ่งประเทศไทยจะเจริญไปไกลกว่านี้ ถ้าไม่มีเหลือบ แร้ง และตะกวด ที่อาศัยร่างผู้ทรงเกียรติทั้งนักการเมืองและข้าราชการ ปู้ยี่ปู้ยำกระทำความฉิบหายให้ประเทศ

3. นอกจาก “ธนาธิปไตย” จะขยายตัวเข้ามายังระบบราชการอย่างน่ากลัวแล้ว ข้าราชการไทยยังเสพติด “ทุจริตนิยม” อย่างรุนแรง คือมองว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติ คนไม่ทำคือคนโง่และไม่มีอนาคต ข้าราชการไทยจึงจมอยู่ในมิจฉาทิฐิ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เมามัวว่าการทำลายชาติคือวิถีของข้าราชการที่ประสบความสำเร็จ

นายจรัส กล่าวว่า ทางเครือข่ายขอเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในฐานะที่นายกฯเป็นประธานสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  เพื่อทำให้เรื่องนี้กระจ่างเพราะหากมีการซื้อขายตำแหน่งจริง ผลกระทบจะตกอยู่กับประชาชน  ในส่วนของข้าราชการเอง ควรมีการรวมกลุ่มเหมือนกับกลุ่มแพทย์ชนบท ที่มีพลังคานกับอำนาจฝ่ายการเมืองและทำให้การตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นมีความเข้มแข็ง

ทั้งนี้ เครือข่ายประกอบด้วย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และคณะรัฐประศาสนศาสตร์  จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง สถาบันพัฒนบัณฑิตบริหารศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี สมาคมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งภาคใต้  และวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ด้าน นายจาดุร กล่าวว่า  นายมานิต วัฒนเสน  ปลัดกระทรวงมหาดไทย  ได้มอบหมายให้ตนเองในเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งตนเองยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้พูดว่า “ ในยุคปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยตกต่ำสุดขีด  มีการซื้อขายตำแหน่งโดยเฉพาะตำแหน่งอธิบดี 300-400 ล้านบาท  ตลอดจนมีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง" แต่พูดในลักษณะที่ว่า ขณะนี้คำว่าธรรมมาภิบาลที่ต้องมีคนครบถ้วนเพื่อเข้าไปสู่ตำแหน่ง มีกติกาที่ชัดเจน มีเรื่องคุณสมบัติและอาวุโส รวมถึงการที่กระบวนการต้องโปร่งใสตรวจสอบได้   ซึ่งหาก คำว่าธรรมาภิบาลในเรื่องการโยกย้ายบุคคลมีความหมายแบบนี้ สามารถพูดได้ว่าคำว่า ธรรมาภิบาลไม่มีอยู่ในกระทรวงมหาดไทยในตอนนี้เลย

“ผมเน้นไปที่ข้าราชการประจำ ซึ่งก็คือตำแหน่งปลัดกระทรวง เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการประจำ  ต้องมีเกราะคุ้มครองข้าราชการ ซึ่งขอแค่มีระบบคุณธรรมเท่านั้นที่จะมาแทนระบบอุปถัมภ์ ข้าราชการต้องเป็นกลางทางการเมือง ทั้งนี้หากย้อนมาที่กระทรวงมหาดไทย ถ้าได้นายอำเภอมาไม่เหมาะสม แล้วก็กลายเป็นคนแสวงหาประโยชน์ เพราะนายอำเภอต้องใช้เงินซื้อตำแหน่งมา แล้วถามว่านายอำเภอจะเอาเงินคืนที่ไหน ” นายจาดุร กล่าว

ขณะที่ คณาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า  “ สืบเนื่องจากข่าวการสัมมนา “ธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้าย ศึกษากรณีกระทรวงมหาดไทย”  ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ชี้ให้เห็นว่า  ระบบราชการไทยกำลังเผชิญปัญหาการซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และจะฟ้องร้องผู้ให้ความเห็นในขณะนี้ หากเป็นความจริง ก็เป็นปัญหาใหญ่หลวงของประเทศและประชาชน  เพราะขัดกับหลักธรรมาภิบาล และส่งผลบั่นทอนทั้งประสิทธิภาพของระบบราชการที่จะตอบสนองความต้องการของผู้คนพลเมืองนั้นเอง  ซึ่งจะกระทบความศรัทธาเชื่อถือของสังคมไทยโดยรวม

ทางออกที่สำคัญทางหนึ่ง คือ เปิดพื้นที่ให้แก่ผู้ที่ทำให้สังคมไทยตระหนักว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว  พยายามสร้างกระบวนการในระบบราชการให้เกิดการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น และพยายามสร้างระบบบริหารราชการบุคคลโดยยึดหลักคุณธรรมและธรรมาภิบาล  อันเป็นหนทางเผชิญกับปัญหาดังกล่าว อย่างมีสติและเหตุผล ซึ่งน่าจะมีส่วนสร้างความเข้มแข็งให้กับกระทรวงมหาดไทย  ระบบราชการและสังคมไทยโดยรวมได้อย่างมั่นคง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ