
แม่สอดวิกฤตควันไฟป่าปกคลุมทึบ
ตาก-อากาศชายแดนแม่สอดวิกฤตหนัก ฮ.ขึ้นบินสำรวจไฟป่าไม่ได้ ขณะที่ “นกแอร์” ต้องหยุดยาว รอสภาพอากาศเปิด
ตาก-อากาศชายแดนแม่สอดวิกฤตหนัก ฮ.ขึ้นบินสำรวจไฟป่าไม่ได้ ขณะที่ “นกแอร์” ต้องหยุดยาว รอสภาพอากาศเปิด
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. สภาพอากาศที่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ศูนย์กลางเศรษฐกิจ องแม่สอด จ.ตาก เข้าขั้นวิกฤต หมอกควันไฟป่าที่ไหม้ลุกลามทั้ง 2 ฝั่ง ได้ปกคลุมมืดสนิท เครื่องบินฮอลิคอปเตอร์ ของทหาร ไม่สามารถขึ้นบินสำรวจพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกเผาได้ โดยในวันนี้ ทหารและฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จะบูรณาการขึ้น เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจเพื่อดูจุดไฟป่าก่อนที่จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปดับ แต่ไม่สามารถขึ้นบินได้ ตามที่ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ประสานกับกองกำลังนเรศวรเพื่อจัด จนท.ขึ้นฮ.บินสำรวจป่าตามแนวชายแดน เนื่องจากมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นมาก เกือบถึงระดับเกินมาตรฐานที่มากด้วยหมอกควันฝุ่นละอองในอากาศจึงต้องยกเลิกภารกิจไว้ก่อน
สำหรับสายการบินนกแอร์ ที่บินจากสนามบินนครแม่สอด-สนามบินสุวรรณภูมิและสุวรรณภูมิ-นครแม่สอด ต้องหยุดบินติดต่อกันเป็นวันที่ 4 นักบินไม่สามารถนำเคืรองลงจอดได้ จนขณะนี้ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการแจ้งให้ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินจังหวัดพิษณุโลก จนกว่าสถานการณ์หมอกควันจะบรรเทาเบาบางลง
ทั้งนี้คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ อากาศจะไม่เปิดเพราะยังคงมีไฟป่าลุกลามทั้งไทย-พม่า และยังไม่สามารถดับได้ นับเป็นปัญหาใหญ่ของพื้นที่ เพราะประชาชนเริ่มมีอากาศเจ็บไข้และป่วย มีอาการเจ็บตาเจ็บคอไอจามและโรคระบบทางเดินหายใจกำเริบส่วนการคมนาคมทางรถยนต์ก็ต้องมีการเปิดไฟหน้าเพราะหมอกควันปกคลุมหนามากขึ้นกว่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตั้งด่านตามเส้ทางถนนสายต่างๆเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนที่ขับรถผ่านไป-มา ได้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและขอให้เปิดไฟหน้ารถทุกคัน เพื่อความปลอดภัยเพราะหมอกควันหนาทึบมากเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
อย่างไรก็ตามจากสภาพอากาศที่ถูกหมอกควันไฟป่าปกคลุมทั่วพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า แม่สอด-เมียวดี ส่งผลทำให้นักธุรกิจ จำนวนมากต้องหยุดการเดินทางมาติดต่อการค้าและธุรกิจชายแดน เพราะไม่สามารถใช้บริการสายการบินเอกชนที่ไม่สามารถลงจอดสนามบินแม่สอดได้ในช่วงเวลานี้ ทำให้นักธูรกิจหลายรายต้องเลื่อนเวลาการเดินทางซึ่งส่งผลเสียต่อการประกอบธุรกิจหลายล้านบาท







