
ถกแก้รธน.ป่วนสุเทพ-จตุพรเปิดศึกน้ำลาย
ถกแก้รธน.ป่วน ประธานสั่งพักการประชุม10 นาที หลัง สุเทพ-จตุพร เปิดศึกน้ำลายปมสลายชุมนุม
ถกแก้รธน.ป่วน ประธานสั่งพักการประชุม10 นาที หลัง สุเทพ-จตุพร เปิดศึกน้ำลายปมสลายชุมนุม
บรรยากาศในที่ประชุมร่วมรัฐสภาระหว่างพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)วันที่ 2 เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อ สส.ฝั่งรัฐบาล อภิปรายพาดพิงการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อกลางปี พ.ค. 53 ว่า รัฐบาลที่แล้วสั่งให้ทหารสลายการชุมนุม
ทำให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ใช้สิทธิพาดพิงยืนยันว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และตัวเขาไม่ได้สั่งให้ทหารปราบปรามประชาชน แต่มีผู้ก่อความไม่สงบ เอาอาวุธสงครามมาฆ่าประชาชน รัฐบาลจึงต้องดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย อีกทั้งตนเองรับผิดชอบในคำสั่งที่สั่งการไป และไม่ได้สั่งให้ทหารเข่นฆ่าประชาชน พร้อมพิสูจน์ความจริงทุกกรณี
จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นชี้แจงว่า ว่า ทุกศพที่ตายอยู่ในสภาพมือเปล่า ช่วงที่นายสุเทพ เป็นรัฐบาลพยายามดึงคดีไว้ไม่ให้ชันสูตรศพเป็นเวลา 19 เดือน กระสุนปืนที่ใช้ 1.2 แสนนัด นายสุเทพจะรับผิดชอบอย่างไร
จากนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องเรื่องกระสุนปืน 1.2 แสนนัดมาก่อนว่า มีกระสุนมากขนาดนี้ วันนี้พวกเผาบ้านเมืองได้เป็นเสนาบดี เมื่อมีอำนาจแล้ว จะทำอะไรก็เชิญ ตนเองพร้อมพิสูจน์ความจริง ไม่หลบหนีไปต่างประเทศ ไม่ต้องการกฎหมายนิรโทษกรรม
บรรยากาศในที่ประชุมเร่ิมดุเดือดขึ้น นายจตุพรพยายามลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง สลับ กับนายสุเทพ จนพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องสั่ง พักการประชุม 10 นาที
เมื่อเริ่มต้นการประชุมอีกครั้ง นายจตุพร ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องที่ถกเถียงกันนี้เป็นคดีความที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม จากที่คุยกับวิปรัฐบาลแล้วก็จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ไม่ติดใจอะไร และ ตอนนี้เป็นวาระเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เห็นว่าควรจะเดินหน้าต่อไป
จากนั้น สภาเริ่มเข้าสู่การพิจารณาตามปกติ นายวันชัย สอนศิริ สว.สรรหา กล่าวระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่า รัฐบาลเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง รัฐธรรมนูญ ทำไมถึงต้องโยนภาระให้คนอื่นทำ การกระทำเช่นนี้เหมือนคนคันไม่เกาเอง แต่โยนให้คนอื่นเกา แบบนี้จะหายคันได้อย่างไร ดังนั้นคนที่คันก็ต้องชี้จุดให้คนเกาว่าคันตรงไหน ดังนั้นจึงไม่ เห็นด้วยกับการตั้ง ส.ส.ร. 99 คน เพราะนอกจากไม่ตรงประเด็นแล้ว ยังสิ้นเปลืองงบประมาณ
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. อภิปรายว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวล คือ เป็นการถ่ายโอนอำนาจไปสู่ ส.ส.ร. โดยไม่มีการกำหนดกรอบ จนมีคนเรียกว่าเป็นการเซ็นเช็คเปล่า คือให้คนร่างไม่มีกรอบ โครงร่างแต่อย่างใด และที่กำหนดเวลายกร่างรัฐธรรมนูญ เพียง 180 วัน เป็นประชาธิปไตยจานด่วน อีกทั้งยังกังวลว่า จะอาศัยการแก้รัฐธรรมนูญล้มความผิดทางอาญานักการเมือง และผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจหรือไม่
ทั้งนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แทนการแก้ไขในสภาฯ เป็นการอำพรางไม่ให้เห็นว่าจะแก้ไขประเด็นใดหรือไม่ เช่น มาตรา 309 ที่จะลบล้างคดีอาญาของอดีตนายกฯ และ เป็นการไปอยู่บนสายพานโดยไม่รู้ว่าสุดท้ายปลายทางเจะนำไปสู่ ตะแลงแกง ของประชาชนหรือไม่ แต่สิ่งที่ไม่เคยพูดคือไม่มีการพูดว่าว่าจะทำอย่างไรกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจให้ประชาชน หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ จะนำไปสู่การกินรวบทางเศรษฐกิจหรือไม่







