posttoday
ถกแก้รธน.ป่วนสุเทพ-จตุพรเปิดศึกน้ำลาย

ถกแก้รธน.ป่วนสุเทพ-จตุพรเปิดศึกน้ำลาย

24 กุมภาพันธ์ 2555

ถกแก้รธน.ป่วน ประธานสั่งพักการประชุม10 นาที หลัง สุเทพ-จตุพร เปิดศึกน้ำลายปมสลายชุมนุม

ถกแก้รธน.ป่วน ประธานสั่งพักการประชุม10 นาที หลัง สุเทพ-จตุพร เปิดศึกน้ำลายปมสลายชุมนุม​

บรรยากาศในที่ประชุมร่วมรัฐสภา​ระหว่างพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)วันที่ 2 เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อ ​สส.ฝั่งรัฐบาล อภิปรายพาดพิงการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อกลางปี พ.ค. 53 ว่า รัฐบาลที่แล้วสั่งให้ทหารสลายการชุมนุม

ทำให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ​ใช้สิทธิพาดพิงยืนยันว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และตัวเขาไม่ได้สั่งให้ทหารปราบปรามประชาชน แต่มีผู้ก่อความไม่สงบ เอาอาวุธสงครามมาฆ่าประชาชน  รัฐบาลจึงต้องดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย  อีกทั้งตนเองรับผิดชอบในคำสั่งที่สั่งการไป และไม่ได้สั่งให้ทหารเข่นฆ่าประชาชน พร้อมพิสูจน์ความจริงทุกกรณี
จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นชี้แจงว่า​  ว่า ทุกศพที่ตาย​อยู่ในสภาพมือเปล่า  ช่วงที่นายสุเทพ เป็นรัฐบาลพยายามดึงคดีไว้ไม่ให้ชันสูตรศพเป็นเวลา 19 เดือน กระสุนปืนที่ใช้ 1.2 แสนนัด นายสุเทพจะรับผิดชอบอย่างไร

จากนั้น นายสุเทพ  กล่าวว่า ​ไม่ทราบเรื่องเรื่องกระสุนปืน 1.2 แสนนัดมาก่อนว่า มีกระสุนมากขนาดนี้ วันนี้พวกเผาบ้านเมืองได้เป็นเสนาบดี เมื่อมีอำนาจแล้ว จะทำอะไรก็เชิญ ตนเองพร้อมพิสูจน์ความจริง  ไม่หลบหนีไปต่างประเทศ ไม่ต้องการกฎหมายนิรโทษกรรม

บรรยากาศในที่ประชุมเร่ิมดุเดือดขึ้น ​​นายจตุพรพยายามลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง สลับ กับนายสุเทพ​ จนพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องสั่ง พักการประชุม 10 นาที

เมื่อเริ่มต้นการประชุมอีกครั้ง นายจตุพร ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องที่ถกเถียงกันนี้เป็นคดีความที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม จากที่คุยกับวิปรัฐบาลแล้วก็จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ไม่ติดใจอะไร และ ตอนนี้เป็นวาระเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เห็นว่าควรจะเดินหน้าต่อไป

จากนั้น สภาเริ่มเข้าสู่การพิจารณาตามปกติ  นายวันชัย สอนศิริ สว.สรรหา กล่าวระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่า  ​รัฐบาลเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง รัฐธรรมนูญ  ทำไมถึงต้องโยนภาระให้คนอื่นทำ การกระทำเช่นนี้เหมือนคนคันไม่เกาเอง แต่โยนให้คนอื่นเกา แบบนี้จะหายคันได้อย่างไร  ดังนั้นคนที่คันก็ต้องชี้จุดให้คนเกาว่าคันตรงไหน  ดังนั้นจึงไม่​ เห็นด้วยกับการตั้ง ส.ส.ร. 99 คน  เพราะนอกจากไม่ตรงประเด็นแล้ว ยังสิ้นเปลืองงบประมาณ
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. อภิปรายว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวล คือ  เป็นการถ่ายโอนอำนาจไปสู่ ส.ส.ร. โดยไม่มีการกำหนดกรอบ จนมีคนเรียกว่าเป็นการเซ็นเช็คเปล่า คือให้คนร่างไม่มีกรอบ โครงร่างแต่อย่างใด และที่กำหนดเวลายกร่างรัฐธรรมนูญ เพียง 180 วัน เป็นประชาธิปไตยจานด่วน   อีกทั้งยังกังวลว่า  จะอาศัยการแก้รัฐธรรมนูญล้มความผิดทางอาญานักการเมือง และผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจหรือไม่

ทั้งนี้  สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แทนการแก้ไขในสภาฯ เป็นการอำพรางไม่ให้เห็นว่าจะแก้ไขประเด็นใดหรือไม่ เช่น มาตรา 309 ที่จะลบล้างคดีอาญาของอดีตนายกฯ ​และ เป็นการไปอยู่บนสายพาน​โดยไม่รู้ว่าสุดท้ายปลายทางเจะนำไปสู่ ตะแลงแกง ของประชาชนหรือไม่  แต่สิ่งที่ไม่เคยพูดคือไม่มีการพูดว่าว่าจะทำอย่างไรกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจให้ประชาชน หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ จะนำไปสู่การกินรวบทางเศรษฐกิจหรือไม่

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท