posttoday
'ออนซอนทัวร์' 'รัฐบาลปู' ปั้นงบ 'ขายฝัน'

'ออนซอนทัวร์' 'รัฐบาลปู' ปั้นงบ 'ขายฝัน'

24 กุมภาพันธ์ 2555

ถือว่าเป็นการตอกย้ำแบรนด์ “โคลนนิงทักษิณ” สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย...บากบั่น บุญเลิศ/จตุพล สันตะกิจ

ถือว่าเป็นการตอกย้ำแบรนด์ “โคลนนิงทักษิณ” สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เพราะในทางนามธรรมนั้น ทัวร์นกแก้วได้กลายเป็นทัวร์ออนซอนน่าชื่นชมยินดี สำหรับชาวบ้านในภูมิภาคที่มีโอกาสชื่นชม หลงใหลได้ปลื้มกับคณะรัฐมนตรีที่แปลงกายเป็นพระยาเหยียบเมืองลงพื้นที่พบปะประชาชน

ครม.สัญจร 2 รอบ ลงพื้นที่จังหวัดในรอบ 2 เดือน ครม.สัญจร จ.เชียงใหม่ วันที่ 14-15 ม.ค. 2555 และ ครม.สัญจร จ.อุดรธานี วันที่ 21-22 ก.พ. 2555

เนื้อหาสาระหลักที่ถูกจับจ้องแทบทุกครั้งคือ จังหวัดนั้น จังหวัดนี้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาพื้นที่จำนวนเท่าไหร่

หากพิจารณาจากการออนซอนทัวร์ของรัฐบาลปูยิ่งลักษณ์จะพบข้อสังเกตที่น่าสนใจประการหนึ่ง

'ออนซอนทัวร์' 'รัฐบาลปู' ปั้นงบ 'ขายฝัน'

 

นั่นคือ มีการโหมประโคมการนำเสนอของบทั้งงบประมาณของจังหวัด ส่วนกลางและเอกชนที่โถมใส่ตัวเลขวงเงินเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.แต่ละครั้งนับตัวเลขวงเงินแล้วไม่ต่ำกว่าล้านล้านบาท

เรียกว่า “จะได้หรือไม่ได้ ก็ขอไว้ก่อน”

ครม.สัญจรครั้งแรก จ.เชียงใหม่ บ้านเกิดนายกรัฐมนตรีปรากฏว่า 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือเสนอของบประมาณรวมกันเบ็ดเสร็จ 128 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณการลงทุน 3.87 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงการ เมกะโปรเจกต์

ไล่เลียงไปได้จากโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 2.32 แสนล้านบาท โครงการพัฒนาเส้นทางมอเตอร์เวย์ จ.เชียงใหม่เชียงราย 1,550 ล้านบาท โครงการลงทุนรถไฟรางคู่ 3 ระยะ ตั้งแต่ จ.ลพบุรีเชียงใหม่ 7.78 หมื่นล้านบาท โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ จ.ลำพูนเชียงใหม่ 6,170 ล้านบาท

ขณะที่การเสนอของบประมาณเฉพาะจังหวัดก็มากโข จ.เชียงใหม่ เสนอโครงการและขอรับการจัดสรรงบ 41 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวม 3.13 หมื่นล้านบาท รองลงมาเป็นน่าน 11 โครงการ 5,970 ล้านบาท และ จ.พะเยา 9 โครงการ 3,710 ล้านบาท

เล่นเอา ครม. “มึนตื้บ” หลายคนเอามือก่ายหน้าผาก จนมีการสั่ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้กลั่นกรองโครงการฯ และค่อยไป “บี้” หาแหล่งเงินอีกครั้งในงบปี 2555 งบปี 2556 งบลงทุนเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมและสร้างอนาคตประเทศ 3.5 แสนล้านบาทมาโปะ

สุดท้ายงบประมาณที่จังหวัดขอไว้นั้นก็มีแต่โครง เงินที่ลงไปจริงๆ 2,500 ล้านบาท

มาถึง ครม.สัญจร จ.อุดรธานี 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ส่งตัวเลขงบลงทุนให้ ครม.อนุมัติเป็นวงเงินสูงถึง 6.2 แสนล้านบาท

มาอีกแล้วโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย 615 กิโลเมตร 1.49 แสนล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่กรุงเทพฯ-หนองคาย 1.45 แสนล้านบาท โครงการปรับปรุงเส้นทางจราจรเพื่อการคมนาคมและการท่องเที่ยวถนนเลียบแม่น้ำโขง อ.เชียงคาน จ.เลย-อ.เมือง จ.หนองคาย-บึงกาฬ 292.54 กิโลเมตร วงเงิน 5-6 หมื่นล้านบาท โครงการบริหารจัดการน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง วงเงิน 2 แสนล้านบาท

แต่ครั้งนี้แตกต่างจาก ครม.สัญจรครั้งที่แล้ว เพราะมีประสบการณ์แล้ว

มีการสั่งการอย่างเป็น “ระบบ” โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาโครงการ และเสนอโครงการให้ ครม.อนุมัติอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่แน่ว่าโครงการเหล่านี้จะมีการลงทุนจริงๆ หรือไม่

ส่วนงบจังหวัดภาคอีสานที่เสนอมา 190 โครงการ วงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ครม.อนุมัติไปจริงจำนวน 29 โครงการ คิดเป็นเงิน 1,650 ล้านบาท

เช่น โครงการพัฒนาห้วยหลวง โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบ้านเชียง โครงการขุดสระน้ำบ่อบาดาล จ.หนองบัวลำภู และโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์แก่งกระเบา เป็นต้น

ครม.สั่งการให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งจัดทำรายละเอียดขอรับการจัดสรรงบปี 2555 และส่งให้สำนักงบประมาณภายใน 2 สัปดาห์

ทว่า การเริ่มต้นลงเงิน “ลงเสาเข็ม” โครงการต่างๆ ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน

นอกจากโครงการ “ขายฝัน” ระดับอภิเมกะโปรเจกต์แล้ว เหล่ารัฐมนตรีที่ลงทัวร์พื้นที่ในรูปของการตรวจความพร้อมโครงการแบบ มีระบบการจัดสรรรัฐมนตรีลงจุดต่างๆ แบบ “เต็มคณะ-กระจายทั่วทุกพื้นที่”

ใครไป-ใครมาที่ไหน สังเกตได้จาก “ป้ายต้อนรับ”

เมื่อเยือนถึงถิ่นก็ต้องมีของติดไม้ติดมือไปให้ชาวบ้าน

แน่นอนไม่ใช่รูปการณ์ให้สิ่งของ แต่เป็น “สัญญาปากเปล่า”

ไม่น่าแปลกใจ ที่ ครม.สัญจร จ.อุดรธานี มีรัฐมนตรีลงพื้นที่ 29 คน มีการโถมข้อเสนอและเอกสารเสนอโครงการที่ “รับปาก” ให้ ครม.พิจารณาปึกใหญ่ เล่นเอาหน่วยงานที่กลั่นกรองโครงการ เช่น สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ ได้ “การบ้าน” กลับมาเต็มมือ

ขณะเดียวกัน มีการสอดแทรกโครงการบางโครงการเข้าให้ ครม.อนุมัติ “โค้งสุดท้าย” หลายต่อหลายโครงการ

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะเจ้าบ้านและเจ้าภาพจัดเลี้ยง ครม.และคณะ ได้เสนอ 2 โครงการให้ ครม.พิจารณาคือ โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุดรธานี 30 ล้านบาท และโครงการศึกษาพัฒนาพื้นที่หนองแด เพื่อจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมตะวันออกเฉียงเหนือและสนามกีฬา จ.อุดรธานี 25 ล้านบาท

จุดอ่อนของ ครม.สัญจร อีกจุดที่ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงกับต้องบ่นเสียงดังใน ครม. คือ มีการเสนอวาระ “พิจารณาจร” ให้ ครม.พิจารณาจำนวนมาก จึงขอให้ลดวาระพิจารณาจรลง

ครม.พิจารณากันแบบ “หัวหกก้นขวิด” แต่ละเรื่องพูดกันสองสามคำก็ต้องอนุมัติโครงการแล้ว เพราะอาศัยลูกเกรงใจ และเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย ครม.ให้กรอบกันในวงกว้างๆ และให้ไปถกกัน “นอกรอบ” เช่นนี้ร่ำไป

อย่างเช่นการจัดซื้อจัดจ้างแท็บเล็ตสำหรับนักเรียน ป.1 แบบ “จีทูจี” ให้ไปหารือรายละเอียดกันอีกรอบ

บางเรื่องที่สอดไส้ให้ ครม.อนุมัติก็ยังมีพฤติการณ์อย่างนี้เรียกได้ว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอา เพราะเมื่อมีมติ ครม.ค้ำคออย่างนี้ ข้าราชการประจำต้องทำตามโดยปฏิเสธไม่ได้ ด่านสุดท้ายคงต้องพึ่ง “สำนักงานงบประมาณ”

สรุปแล้วทัวร์ ครม.สัญจร 2 ครั้ง อนุมัติงบ “เป็นเนื้อเป็นหนัง” จริงๆ เพียงแค่ 1,600 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนโครงการออนซอนทัวร์ที่เหลือ ซึ่งชาวบ้านได้ปลาบปลื้มใจชื่นชมการแจกนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการ “ขายฝัน” ในระดับภูมิภาคและระดับพื้นที่นั้น “ไม่ขอนับ”

อย่างไรก็ตาม หากสังเกตให้ดีจะพบว่าโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ เช่น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯหนองคาย และโครงการสร้างถนนมอเตอร์เวย์เชื่อมจังหวัด

ล้วนเป็นข้อเสนอการลงทุนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ในวงเงิน 2.27 ล้านล้านบาท

ขณะที่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและลุ่มน้ำแต่ละจังหวัด บางโครงการถูกบรรจุในข้อเสนอของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) บางโครงการอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการของ “กนจ.”

บางโครงการเป็นโครงการที่ส่วนราชการเสนอ “ปัดฝุ่น” อีกครั้ง เช่น โครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง

งบที่เสนอมาให้ ครม.อนุมัติ จึงไม่ต่างอะไรกับตัวเลข “งบลม” ที่ปั้นขึ้นมาให้ดูดีเท่านั้น

ทัวร์ออนซอนคราวนี้รัฐบาลได้พื้นที่ “หน้าสื่อ”

ขณะที่การลงย่ำพื้นที่ของคนระดับพระยาเหยียบนา และรัฐมนตรี ต่างสร้างความคึกคักในระดับพื้นที่เป็นอย่างมาก มีภาพปรากฏนายกรัฐมนตรีแสดงท่าทางตวัดมีดกรีดต้นยางปลอมๆ ให้ชาวบ้านร้านช่องที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้ชื่นชมกัน

ทั้งๆ ที่ต้นยางพาราที่เป็นนายแบบต้นนั้น เป็นต้นยางที่ตัดมาตั้งโชว์เป็นหน้าเค้กไว้เท่านั้น

จึงมีคำถามว่าแล้ว หากประชุม ครม.สัญจรกันเรื่อยๆ เช่นนี้ “ชาวบ้าน” เขาจะได้อะไรเป็นเนื้อเป็นหนังกันบ้าง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์