
บัญญัติไม่หนุนร่างแก้รธน.3 ฉบับ
บัญญัติยก 4 ประการไม่สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ลั่นรธน. 50 ใช้งานได้ดีกว่า ชี้ตั้งส.ส.ร.ต้องไม่ให้การเมืองครอบงำ
บัญญัติยก 4 ประการไม่สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ลั่นรธน. 50 ใช้งานได้ดีกว่า ชี้ตั้งส.ส.ร.ต้องไม่ให้การเมืองครอบงำ
เมื่อเวลา 13.00 น. การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ซึ่งมีพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า ตนไม่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ไม่ยอมรับร่างทั้ง 3 ฉบับ ประการแรก เพราะมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2550 ไม่ใช่ปัญหาประเทศ เพราะนายกฯพูดชัดเจนว่าปัญหาเร่งด่วนวันนี้ คือ การฟื้นฟูปัญหาเรื่องอุทกภัย ส่วนเรื่องกฎหมายและรัฐธรรมนูญ จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลเข้าใจว่าอะไรคือปัญหาเร่งด่วน แต่เป็นเรื่องประหลาดเมื่อรัฐบาลเร่งเสนอร่างดังกล่าวขึ้นมา ชนิดที่รายละเอียดดูรีบเร่งกว่าร่างฉบับใดๆทั้งสิ้น ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ ทั้งภายนอกและภายใน ยังคงรุมเร้ารัฐบาลอยู่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจชาวบ้าน ค่าครองชีพที่ขึ้นสูงทุกวัน ทั้งที่ รัฐบาลประกาศจะกระชากราคาค่าครองชีพให้ต่ำลง ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น ปัญหาเร่งด่วนยังไม่ใช่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ การเสนอร่างรัฐธรรมนูญ จึงเหมือนเป็นประเด็นความขัดแย้งเข้ามา เลยเป็นเหตุผลให้ไม่อยากรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประการที่สอง หลักการแก้กฎหมายนอกเหนือประโยชน์ส่วนร่วมแล้ว ยังมีเหลักเกณฑ์กำหนดไว้ คือ รัฐบาลและรัฐสภาต้องทำตาม โดยมีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจนในการปฏิบัติ คือ มาตรา 291 ดังนั้น ที่รัฐบาลและสมาชิกพยายามแก้ไข ต้องแก้ทีละประเด็น อะไรที่เป็นอุปสรรคก็เสนอเข้ามาทีละประเด็น ตามความจำเป็นต้องแก้
นายบัญญัติ กล่าวว่า รัฐบาลอย่างน้อย 2 พรรค เสนอเข้ามาเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ไปทั้งฉบับ ซึ่งไม่น่าสามารถทำได้ เพราะอย่างน้อยขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 อย่างแน่นอน จะใช้วิธีการเลี่ยงบาลี หรือเพิ่มเติมให้มีหมวดใหม่ขึ้นมาต่อจาก มาตรา 291 โดยท้าวความไปถึงการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 คิดว่าไม่เหมือนกัน
ก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2540 มีความจริงสองประการ 1.บรรยากาศก่อนการแก้ไขเพื่อจัดรัฐธรรมนูญใหม่ 2540 เป็นการปฏิรูปการเมือง เพื่อปฏิรูปประเทศไทย บรรยากาศความร่วมมืออย่างดียิ่ง ความขัดแย้งอย่างรุนแรงไม่มีปรากฎให้เห็น หรือเป็นความรู้สึกร่วมที่อยากให้มีการปฏิรูป บทบัญญัติที่พูดถึง คือ นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นประธานรัฐสภา การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องกระทำได้ง่ายมากขึ้น
“สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเวลานั้น ก่อนหน้าที่รัฐมนตรี ก่อนหน้าที่รัฐบาลนายกฯบรรหาร (ศิลปอาชา) แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 บรรกาศของความเห็นร่วมด้วยกับประธานสภาเวลานั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง คือ คณะกรรมการพัฒนาการเมือง โดยมีนายประเวศ วะสี เป็นประธาน และได้เห็นการทำงานภายใต้ความร่วมมือที่สอดคล้องต้องกัน”
อย่างไรก็ตาม มีแนวความคิดหลายประการที่สอดคล้องต้องกัน เพราะฉะนั้น ทันที่รัฐบาลบรรหารต้องการแก้ไข มาตรา 291 จึงได้รับความร่วมมือ ปัญหาที่สองรัฐธรรมนูญ 2534 ที่รับการแก้ไขไม่ได้ผ่านการทำประชามติ ต่างจากรัฐธรรมนูญ 2550 โดยผ่านการทำประชามติเป็นที่เรียบร้อย หากใครเรียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ จะรู้ว่าแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นการแก้ไขยาก เพราะมีการกำหนดหลักการ วิธีการ ในตัวเอง หากทำได้ง่ายหลักของประเทศจะถูกเปลี่ยนไปมาเสมอ จนประเทศชาติไม่มีหลัก
นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า การที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐธรรมนูญมีรากฐานมาจากปฏิวัติ หากคิดอย่างนั้น มีอีกหลายฉบับในอดีตหายกเลิกไม่ บางฉบับบังคับใช้กันตามปกติ ดังนั้น ที่มาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อนำมาใช้แล้วบรรลุเป้าหมายก็ถือว่าประสบความสำเร็จ วันนี้หากมาดูที่รากฐาน ส่วนตัวหากดูว่าใช้ได้หรือไม่ คือ กระบวนการจัดทำ เนื้อหาสาระ และผลบังคับใช้ หากเป็นเช่นนี้ รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ผ่านมาใช้ได้ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม
ทั้งนี้ มีเหตุผล 4 ประการ คือ 1.ความพยายามขยายการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้มากขึ้น 2.ความพยายามในการขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม 3.ความพยายามทำให้การเมืองเป็นการเมืองที่โปร่งใส ประชาธิปไตยราคาถูก มีคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น 4.การส่งเสริมให้การทำงานขององค์กรตรวจสอบให้ทำให้งานมีประสิทธิภาพและการแทรกแซงน้อยลง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้ใช้ไม่นานนักแต่ก็มีสิ่งดีๆได้ปรากฏ
สำหรับมาตราที่ถูกวิจารณ์ในรัฐธรรมนูญ 2550 มากที่สุด คือ มาตรา 237 ว่า ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่จากการได้คุยที่ผ่านมากับคณะกรรมการยกร่าง คือ ที่ผ่านมามีการซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงอย่างมาก เพราะฉะนั้น ต้องทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เป็นประชาธิปไตยราคาแพง อีกทั้ง ตลอดเวลาการเมืองเข้าหากลุ่มทุน ซึ่งคิดว่าเป็นปัญหาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงมาตรา309 เป็นอีกมาตรหนึ่ง ที่มีการพูดถึงในลักษณะไม่ได้นัก
เหตุผลประการสาม ที่รัฐธรรมนูญมาจากการปฏิวัติ และต้องยกเลิกทั้งสิ้น แม้ตนไม่ได้สนับสนุนหรือเห็นด้วยกับเผด็จการ แต่ในเมื่อกฎหมายยังมีข้อดีอยู่ ก็ควรจะใช้ต่อไป และประการที่สี่ ความไม่เห็นชอบด้วยที่มีในตัวร่างทั้ง 3 ฉบับ ทุกครั้งที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ หรือ ถูกหยิบยกคือความอิสระของส.ส.ร. และการแถลงนโยบายของรัฐบาล จะสนับสนุนส่งเสริมปฏิรูปการเมืองโดยมีส.ส.ร.เป็นอิสระ และประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้าง ซึ่งเรื่องนี้น่ากังวลมาก
คุณสมบัติการเป็นส.ส.ร. เบื้องต้นก็เหมือนคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้าต้องการทำให้มีรัฐธรรมนูญมีความเป็นอิสระ ก็ต้องมีการควบคุมกันพอสมควร และต้องระมัดระวังไม่ให้อิทธิพลทางการเมืองเข้าครอบงำ ไม่ว่าจะเลือกตั้ง หรือแต่งตั้ง คุณสมบัติที่ต้องนำมาใช้ และมีกำหนดไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ 2550 อาทิ ต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรสของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเคยมีตำแหน่งทางการเมือง อย่างน้อย 5 ปี จะคลายความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมได้มาก
เหตุผลประการสุดท้าย การทำรัฐธรรมนูญหากตกอยู่ภายใต้การครอบงำของใคร โดยเฉพาะร่างรัฐธรรมนูญมีผลการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ไม่สามารถดำเนินการได้ ตราบใดการปกครองประเทศไทยยังอยู่ในลักษณะดังกล่าว ก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อสถาบัน เช่น การแยกความผิดหรือลดโทษต่อสถาบัน ดังนั้น จึงไม่รับร่างแก้ไขทั้ง 3 ฉบับได้







