
พรก.แผลงฤทธิ์
กรุงไทยชงธปท.เบิกถอนเงินเกินแสนบาทโขกค่าต๋ง-ศาลไฟเขียวไม่ขัดรธน.
กรุงไทยชงธปท.เบิกถอนเงินเกินแสนบาทโขกค่าต๋ง-ศาลไฟเขียวไม่ขัดรธน.
พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ออกฤทธิ์ กรุงไทยขออนุมัติ ธปท.เก็บค่าต๋งเบิกถอนเงินหน้าเคาน์เตอร์ตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป
นายอนุชิต อนุชิตานุกูลรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้เสนอเรื่องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าในการเบิกถอนเงินสดตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไปต่อรายการ ผ่านหน้าเคาน์เตอร์สาขาธนาคาร เพื่อนำรายได้ไปลงทุนขยายและพัฒนาเครื่องรับบัตรเดบิตและเครดิต (Electronic Data Capture : EDC) ไปยังร้านค้าทั่วประเทศเพื่อกระตุ้นการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดมากขึ้น
นายอนุชิต เชื่อว่าหากธนาคารพาณิชย์มีรายได้จากค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะสามารถขยายเครื่อง EDC ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเครื่อง และกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตลดต้นทุนการใช้เงินสด
“ปัจจุบันมีการถอนเงินสดตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป 1% ของการถอนเงินทั้งหมด” นายอนุชิต กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เหตุที่ธนาคากรุงไทยเสนอให้เก็บค่าธรรมเนียมเช่นนี้เพราะ พ.ร.ก.การโอนหนี้ทำให้ธนาคารมีต้นทุนสูงขึ้นจากการส่งเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ 0.47%
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรค 1 และวรรค 2 เพราะเพื่อรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นรีบด่วน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เคารพคำวินิจฉัยของศาล เมื่อศาลให้น้ำหนักว่า เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลก็ต้องทำอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แสดงความขอบคุณที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้าใจความตั้งใจของรัฐบาล หลังจากนี้ไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งเตรียมการจัดการกู้เงินในรอบแรก แต่จะไม่จัดการกู้เงินจำนวนใหญ่ทั้งจำนวน จะค่อยๆ ดำเนินการไปตามโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนงานทั้ง 3 แสนล้านบาท







