
สภาเสียงข้างมากโหวตถกแก้รธน.ต่อ
รัฐสภาเสียงข้างมาก เดินหน้าแก้รธน.ต่อ ไม่สนเสียงคัดค้านของ 'คณิต ณ นคร' เฉลิม อ้าง ต้องแก้รธน.เพราะเคยหาเสียงเอาไว้
รัฐสภาเสียงข้างมาก เดินหน้าแก้รธน.ต่อ ไม่สนเสียงคัดค้านของ 'คณิต ณ นคร' เฉลิม อ้าง ต้องแก้รธน.เพราะเคยหาเสียงเอาไว้
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาภายหลังจากการอภิปรายถกเถียงเกี่ยวกับการขอให้เลื่อนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมานานกว่า 2 ชั่วโมงเนื่องจากนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฎิรูปกฎหมายเสนอให้เลื่อนการพิจารณาไปก่อน กระทั่งเวลา 11.50น. ที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก 341 ต่อ 81 เสียง ให้เดินหน้าพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับตามระเบียบวาระ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่ประชุมรัฐสภาได้อภิปรายถกเถียงเป็นอย่างมากถึงขั้นเกิดเหตุการณ์ประท้วงระหว่างสส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ดำเนินการมาตั้งปี 2552 ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เราต้องการให้มีส.ส.ร.มาดำเนินการ ไม่ได้ทำในนามรัฐบาล
“ผมชนะมา นโยบายบอกจะแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อชนะก็ทำ แต่ไม่ได้ทำในนามรัฐบาลเลย เปิดมาตรา 291 ให้มันกว้างขึ้น ส.ส.ร.ก็แก้มาดี ไม่พอใจก็ดีเบตในสภา เล่นการเมืองต้องมีเหตุผล คิดอย่างพวกท่านผมทำแล้ว ร่างเสร็จแล้ว แต่นี่เราเปิดโอกาสให้มีส.ส.ร. ส่วนจะทำอย่างไรก็เรื่องของเขา ทำเสร็จก็ขอประชามติ ประชาชนไม่เอาด้วยก็ตก จะเป็นจะตายอะไร ประชาชนจะได้รู้ว่าเรื่องนี้คือะไร ผมไม่ก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณเป็นสิทธิของผม ผมยังรักและเคารพ ไม่มีใครพูดว่าแก้แล้วพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับบ้าน แต่ผมพูดว่าจะยกร่างพ.ร.บ.ปรองดองบ้านเมืองจะได้เข้าที่เข้าทาง” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้น เพราะในสื่อมวลชนมีการลงคำให้สัมภาษณ์ของคนพรรคเพื่อไทยว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธ์ และอดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับประเทศจะกลับมาอย่างสง่างาม ส่วนที่บอกว่าส.ส.ร.จะทำอย่างไรก็เรื่องของเขา เหมือนเป็นการเซ็นต์เช็คเปล่า แสดงว่าท่านก็เห็นด้วยใช่หรือไม่ และถ้าไปแก้แล้วกระทบสถาบันท่านก็เอาด้วยใช่หรือไม่







