
ภัยรถตู้เถื่อน-ขับซิ่งมัจจุราชร้ายบนถนน
“รถตู้บริการสาธารณะ” เป็นรถโดยสารกลุ่มแรกๆ ที่ประชาชนนิยมแห่ใช้บริการ นั่นเป็นเพราะรอรถไม่นานเดี๋ยวก็ออก
โดย...วิรัชชัย พงษ์เกาะ
“รถตู้บริการสาธารณะ” เป็นรถโดยสารกลุ่มแรกๆ ที่ประชาชนนิยมแห่ใช้บริการ นั่นเป็นเพราะรอรถไม่นานเดี๋ยวก็ออก เต็มคันเมื่อไหร่ก็ปล่อยวิ่งทันที ราคาไม่ต่างจากตีตั๋วนั่งรถบัสโดยสาร หรือรถทัวร์ชั้น 1 สักเท่าไร ถึงที่หมายทันใจ คนก็พอใจแม้จะยอมจ่ายแพงอีกสักนิด คำว่า “รวดเร็ว ฉับไว” เลยกลายเป็นข้อดีของรถตู้ใน พ.ศ.นี้
แต่ถ้าให้สาธยายข้อเสีย ก็คงต้องหยิบยกเอาเรื่องความเร็วมาพูดเช่นกัน เพราะโชเฟอร์สมัยนี้ขับรถซิ่งแข่งขันกับเวลา ยิ่งถึงปลายทางเร็ว ยิ่งได้รอบเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้ใส่ใจความปลอดภัยระหว่างทาง
คนนั่งรถตู้ด้านหน้าจะเผลองีบก็ไม่ได้ ต้องใช้เท้ายัน เอามือค้ำยันไว้ให้ทรงตัวอยู่ได้ ส่วนคนนั่งโดยสารตรงเบาะหลังก็ตัวโยกไหวตลอดทาง เหตุเพราะคนขับซิกแซ็กแล้วเกิดเบรกกะทันหัน จนบางคนศีรษะโขกกับเบาะนั่งด้านหน้าก็มี
สุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เผยสาเหตุที่ผู้โดยสารนิยมใช้รถตู้สาธารณะมาก เพราะคิดว่าจะมีที่นั่งเหลือเฟือ มีแอร์ไม่ร้อน ถึงจุดหมายรวดเร็ว ไม่ต้องรอรถนาน
ในทางกลับกัน ผู้โดยสารไม่มีโอกาสเลือกรถและผู้ขับได้เลย ทำได้เพียงเข้าคิวให้ครบตามจำนวนเบาะ คันนี้เต็มเมื่อไร รถคันใหม่ก็เคลื่อนเข้ามาแทนที่ทันทีเมื่อนั้น
ขณะที่รถตู้หน้าใหม่พากันผุดราวดอกเห็ด ทำให้มีจำนวนรถเพิ่มขึ้นทั้งชนิดป้ายเหลือง (จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) และรถตู้เถื่อนป้ายดำ (เลี่ยงจดทะเบียนตามกฎหมาย) ส่งผลถึงมาตรฐานรถแต่ละคันก็ต่างกันไป บางคันเพดานรถต่ำจนชนศีรษะผู้โดยสาร บางคันสภาพรถเก่าคร่ำครึ แต่บางคันก็ถอยออกมาใหม่ แอร์เย็นฉ่ำ รถคันใหญ่ นั่งสบาย ไม่อึดอัด
อย่างไรก็ดี ในทางกลับกันจำนวนรถตู้บนถนนทุกวันนี้กลับมีมากเกินความต้องการของผู้โดยสาร อีกทั้งคนขับรถต้องเร่งเก็บรอบเพื่อเพิ่มรายได้ จึงมีกรณีขับซิ่งปาดแซงแย่งกันรับลูกค้าเกิดขึ้นตามมา โดยมีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตต้องสังเวยชีวิตไปเพราะคนขับรถไม่ใส่ใจสวัสดิภาพของผู้โดยสาร คิดเอาแต่รับคน เก็บเงิน เข้าคิวรถ วนซ้ำๆ เช่นนี้เรื่อยๆ ทุกวันเป็นวัฏจักรบนท้องถนน
สำหรับเหตุอันตรายส่วนใหญ่มักเกิดบนถนนสายหลัก มีสาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถอันตราย บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดัดแปลงเพิ่มที่นั่งพิเศษจาก 14 ที่นั่ง เป็น 18 ที่นั่ง และไม่ตรวจสอบความแข็งแรงของเบาะที่นั่งรวมถึงเข็มขัดนิรภัย บางเส้นทางปล่อยให้ผู้โดยสารยืนโหนมาในรถตู้ด้วยซ้ำ
สุเมธ ระบุแนวทางแก้ไขปัญหาในการจำกัดความเร็วและจำนวนรถ ควรนำเทคโนโลยี RFID หรือ GPS มาใช้ตรวจจับความเร็ว ควบคุมจำนวนรถ โดยควบคุมไม่ให้นำรถเก่าที่ไม่ได้มาตรฐานมาวิ่งรับผู้โดยสาร ควบคุมขั้นตอนการคัดสรรพนักงานขับรถ และกำหนดมาตรฐานคุณภาพของรถและผู้ขับรถ
รวมถึงจัดระบบจุดจอดรถตู้โดยสารให้เป็นระเบียบเหมือนกับ บ.ข.ส. หรือ ขสมก. ที่ผ่านมาจุดจอดรถตู้ที่วิ่งในเส้นทางข้ามจังหวัด มักปักหลักรอรับลูกค้าอยู่กลางเมือง เลี่ยงไปจอดรอในสถานี ผู้โดยสารจึงเริ่มคุ้นชินกับความสะดวกสบายที่ไม่ต้องเดินทางไปขึ้นรถไกล
แต่สิ่งที่คุมไม่ได้ คือ การบรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด และปล่อยให้คนยืนโหนไป เมื่อรถตู้ทั้งหมดเป็นรถตู้ถูกกฎหมายจะสามารถตรวจสอบผู้ขับขี่ได้ แต่ถ้าเป็นรถตู้ป้ายดำทั้งรถตู้และผู้ขับรถอยู่นอกสารบบ เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้โดยสารทันทีที่ก้าวขึ้นนั่งบนรถ
อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่าคนเลือกนั่งรถตู้เพราะรถเมล์ขับถึงที่หมายช้า แถมผู้โดยสารยังอัดแน่นอย่างกับปลากระป๋อง แต่รถตู้ที่ว่าถึงไวกว่า ก็อาจจะไม่ปลอดภัยเสมอไปก็ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงเวลาจัดระบบความปลอดภัยของรถตู้ให้ครอบคลุมในทุกด้านเสียที เพื่อบริการสาธารณะที่ดี มีคุณภาพ!!!







