
ศาลวินิจฉัย2พรก.กู้เงินไม่ขัดรธน.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์พรก.กู้เงินวางระบบจัดการน้ำฯไม่ขัดรธน. ขณะที่พรก.บริหารหนี้กองทุนฟื้นฟูฯมีมติ 7 ต่อ 2
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์พรก.กู้เงินวางระบบจัดการน้ำฯไม่ขัดรธน. ขณะที่พรก.บริหารหนี้กองทุนฟื้นฟูฯมีมติ 7 ต่อ 2
เมื่อเวลา 14.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศพ.ศ.2555 และมีมติ 7 ต่อ 2 ให้พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินพ.ศ.2555 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรค1และ2
ในส่วนของพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ศาลมีความเห็นว่า ปัญหาอุทกภัย ปลายปี 2554 ได้สร้างความเสียหายถึง 2.6 ล้านครัวเรือน ธนาคารโลกประเมินความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท กระทั่งต้องปรับลดการประมาณการณ์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียง 1.1% จากเดิม 4% จึงอยู่ในภาวะวิกฤติใหญ่หลวง รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ปัญหา โดยมีมาตรการจ่ายเงินชดเชย สนับสนุนสินเชื่อ การลดหย่อนภาษี อนุมัติงบกลางภายใต้พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2555 จำนวน 1.2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูประเทศและวางระบบบริหารจัดการน้ำ โดยจัดให้มีการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟูผลของความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ถดถอยและมีความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ
ปัญหาอุทกภัยได้สร้างปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศรุนแรแง โดยเฉพาะผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบถึง 841 โรงงาน ซึ่งเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศและมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของโลกเนื่องจากไทยเป็นฐานในการผลิต ดังนั้น หากรัฐบาลไม่มีมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่น อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการนิคมอาจตัดสินย้ายไปต่างประเทศจะกระทบต่อความเชื่อมั่น
สำหรับพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ ศาลมีความเห็นว่า รัฐบาลมีความพยายามแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะเพราะกระทรวงคลังตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวมาตลอด 15 ปีเป็นเงินกว่า 6.7 แสนล้านบาท แต่ชำระเงินต้นได้เพียง13 % เหลือนี้ 1.14 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2555 ได้ตั้งงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยไว้ 6.8 หมื่นล้านบาท ส่งให้มีการลงทุนน้อยลง
ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรค1และ2 เนื่องจากเห็นว่าเป็นการลดภาระงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในการตั้งงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ โดยที่สามารถนำงบประมาณดังกล่าวมาใช้พัฒนาประเทศโดยส่วนรวม และไม่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ความจำเป็นดังกล่าวมาจากวิกฤติอุทกภัย และโดยในชั้นนี้ยังไม่มีมูลที่ชี้ให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีตราพ.ร.ก.โดยไม่สุจริตและบิดเบือนรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ในเวลา 14.00 น. สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้ถ่ายทอดสดการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศช่อง11 กรมประชาสัมพันธ์ ได้ถ่ายทอดการชี้แจงนโยบาย กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในภูมิภาค ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี







