
พบสวมชื่อทหารโกงเงินกยศ.
เปิดข้อมูลการสอบสวนทุจริตเงินกู้ยืมการศึกษา พบมหาวิทยาลัยใช้วิธีสวมชื่อทหารพรานที่ไม่ได้ศึกษาต่ออ้างขอกู้เงิน
เปิดข้อมูลการสอบสวนทุจริตเงินกู้ยืมการศึกษา พบมหาวิทยาลัยใช้วิธีสวมชื่อทหารพรานที่ไม่ได้ศึกษาต่ออ้างขอกู้เงิน
ผลการสอบสวนการทุจริตเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) วงเงินสูงถึง 4,000 ล้านบาทของ 32 มหาวิทยาลัย ระหว่างปี 2549-2550 ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังพิจารณาให้เป็นคดีพิเศษในวันที่ 29 ก.พ.นี้ เป็นเรื่องอื้อฉาวระดับชาติ ด้วยสถาบันการศึกษาลงมือ “โกง” เงินสร้างอนาคตชาติเสียเอง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ ตรวจสอบ และจากการขอข้อมูล นพ.ธาดา มาร์ติน เลขาธิการ กยศ. และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ถูกร้องเรียน ซึ่งทั้งสองหน่วยงานยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง และพร้อมจะเข้าร่วมตรวจสอบด้วย
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ ระบุว่า เบื้องต้นพบว่าสถาบันการศึกษาทั้ง 32 แห่ง อาจจะมีพฤติกรรมทุจริตเงิน กรอ. ซึ่งมีทั้งสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง โดยขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้ว 101 ราย และยังติดต่อเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การสอบสวนคดีนี้จะแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.เกิดจากความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่สถาบันการศึกษาหรือไม่ 2.เจตนาทุจริตของตัวเจ้าหน้าที่สถาบันด้วยการปลอมแปลงลายมือชื่อผู้เสียหายจริงหรือไม่ และ 3.ความเกี่ยวข้องของเงิน กรอ.ที่เข้ามายังสถาบันการศึกษา
ข้อมูลในมือดีเอสไอขณะนี้ เงิน กรอ.มีนักศึกษายื่นกู้ยืม 3 แสนราย จากสถาบันการศึกษาทั้งหมด 873 แห่ง โดยพบว่ากฎเกณฑ์ของ กรอ.มีช่องว่างการควบคุมเงินกู้ที่จ่ายลงมายังสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดการทุจริตได้ง่าย และเชื่อได้ว่าน่าจะมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากกว่านี้
แหล่งข่าวจากกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า มีพลทหารกว่า 20 นาย ตกเป็นผู้เสียหาย และมีหนี้สินรายละ 8 หมื่น-1 แสนบาท หลังจากได้สมัครเข้าศึกษาต่อคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ด้วยพลทหารเหล่านี้ติดภารกิจปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ทำให้ไม่ได้เข้าไปศึกษาและต้องยกเลิกการเรียนไปก่อน
“จากนั้นผ่านไปหลายปีได้มีใบแจ้งหนี้จากกองทุน กรอ. และพบว่ามีการปลอมลายมือชื่อของพลทหารเหล่านี้ไปขอกู้เงินเพิ่ม ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้ส่งเจ้าหน้าที่มาไกล่เกลี่ย และเสนอเงินให้เพื่อยุติเรื่องเพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมเสีย แต่ผู้บังคับบัญชากรมทหารพรานเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีการทุจริตอย่างชัดเจน จึงรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานให้กับทางดีเอสไอ ซึ่งได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว” แหล่งข่าวเปิดเผย
ด้าน นพ.ธาดา ในฐานะผู้จัดการ กยศ. เปิดเผยว่า การทุจริตเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ของทั้งสองกองทุน เป็นเรื่องที่กองทุนติดตามทวงถามเงินคืนและสืบหาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอก็ได้มาประสานกับกองทุนแล้วด้วย
นพ.ธาดา ยอมรับว่า ตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา พบว่ามีการโอนเงินของผู้ร้องเรียน 101 ราย ไปทั้งสิ้น 5,289,375 บาท มีสถานศึกษาส่งเงินคืนกองทุนเพื่อใช้หนี้แทนนักศึกษาแล้ว 70 ราย เป็นเงิน 3,265,850 บาท
“หากมีมูลความที่สถานศึกษาอาจปลอมแปลงเอกสารหลักฐานโดยนักศึกษามิได้เป็นผู้ลงนาม หรือนักศึกษาอาจปฏิเสธการกู้ยืม ก็มีระเบียบที่จะเอาผิดสถาบันการศึกษา เช่น เพิกถอนอำนาจการดำเนินงานสถานศึกษา” นพ.ธาดา ระบุ
ทั้งนี้ กองทุน กรอ.ได้เปิดให้กู้ยืมเป็นครั้งแรกในปี 2549 มีผู้กู้ยืมกว่า 3.15 แสนราย รวมเป็นเงินกู้ยืมประมาณ 4,000 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ทางธนาคารได้เข้าไปบริหารจัดการเป็นตัวกลางในการโอนเงิน และทำหน้าที่ทวงถามเงินของผู้กู้ คือ นักศึกษา ในช่วงภาคการศึกษาที่ 2 ปี 2550 แต่เกิดปัญหาระหว่างปี 2549-2550 กรอ.ไม่ได้ใช้บริการจากธนาคาร แต่ใช้วิธีโอนเงินตรงจาก กรอ.ให้กับสถาบันการศึกษาเอง หลังจากสถาบันการศึกษาส่งรายชื่อผู้กู้ให้ เท่ากับมี 2 หน่วยงานที่รู้เรื่อง คือ กรอ.ในสมัยนั้นกับสถาบันการศึกษา
อย่างไรก็ดี กรอ.ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นมีกองทุน กยศ.อยู่แล้ว แต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการตั้ง กรอ.ขึ้นอีก โดยแยกให้ กรอ.ทำหน้าที่ให้เงินกู้เฉพาะค่าเล่าเรียน กำหนดชำระเงินคืนเมื่อศึกษาจบและต้องมีรายได้แล้วเท่านั้น แต่ กยศ.ให้กู้ทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ กำหนดระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีแรกที่ศึกษาจบ







