posttoday
หยุดอาชญากรต่างชาติบทพิสูจน์ฝีมือสืบสตม.

หยุดอาชญากรต่างชาติบทพิสูจน์ฝีมือสืบสตม.

22 กุมภาพันธ์ 2555

ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยในลักษณะที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวผิวดำ หรือตี๋ฮ่องกง ตี๋จีน

ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยในลักษณะที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวผิวดำ หรือตี๋ฮ่องกง ตี๋จีน

โดย.. กันติพิชญ์ ใจบุญ

ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยในลักษณะที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวผิวดำ หรือตี๋ฮ่องกง ตี๋จีน ไม่เว้นแม้แต่ฝรั่งตาน้ำข้าว เป็นนักธุรกิจก็ไม่ใช่ หรือเป็นพวกเข้ามาเป็นครั้งคราวแล้วจากไปก็ไม่เชิง แล้วพวกนี้เข้ามามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ หรือเข้ามาก่ออาชญากรรม

หากดูสถิติการก่ออาชญากรรมที่ผ่านมา ก็พบว่าชาวต่างชาติลงมือก่ออาชญากรรมในประเทศไทยก็มีอยู่หลายคดี ตามข่าวที่ปรากฏ ลักษณะตั้งเป็นแก๊ง ทั้งรีดไถพวกเดียวกันที่มาหากินในเมืองไทย หรือก่อเหตุต่างๆ จากกลุ่มคนเหล่านี้

ทั้งแก๊งเงินดำ การค้ามนุษย์ หรือแม้แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ระบาดหนักอย่างไม่หยุดหย่อน ยังไม่รวมถึงคดียิบย่อย เช่น ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ที่สร้างความเดือดร้อนบนผืนแผ่นดินของประเทศไทย ตำรวจก็ต้องเร่งปราบปรามกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไม่ลดละ

หยุดอาชญากรต่างชาติบทพิสูจน์ฝีมือสืบสตม.

 

จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. พบว่ามีการติดตามพฤติกรรมชาวต่างชาติที่เข้ามารวมกลุ่มกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งใน กทม. ในซอยนานาหรือในย่านพัฒนพงษ์ ไม่เว้นแม้แต่ย่านสี่พระยา หัวหมาก ที่คนผิวดำอาศัยอยู่จำนวนมาก และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พัทยา เกาะสมุย หรือที่ภูเก็ต เป็นต้น

สตม.พบว่ามีกลุ่มแก๊งอยู่ไม่กี่กลุ่มในเมืองไทย เช่น แก๊งชาวผิวดำ ที่มาจากประเทศฝั่งทวีปแอฟริกา หรือแก๊งคนเอเชีย และชาวยุโรป รวมถึงกลุ่มอเมริกากลางและใต้ นอกจากนี้ ยังมีอาชญากรเดี่ยวที่ไม่มีแก๊ง แต่เข้ามาก่อเหตุต่างๆ เช่น ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ส่วนแก๊งใหญ่ก็จะมีเป็นขบวนการ ทั้งฟอกเงิน ฉ้อฉล หรือตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อทั่วไป

พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบก.สส.สตม.) เล่าให้ฟังถึงแก๊งต่างชาติที่มักเข้ามาก่อเหตุในเมืองไทยว่า จะแบ่งกลุ่มความผิดออกเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.ผิดนอก ไม่ผิดใน คือทำผิดที่ประเทศตนเอง แต่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย 2.ไม่ผิดนอก แต่มาผิดใน คือพวกที่มาทำผิดในบ้านเรา และ 3.ผิดทั้งนอก ผิดทั้งใน พวกนี้จะเป็นความผิดในลักษณะขบวนการ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่จะโยกย้ายไปประเทศต่างๆ อยู่เรื่อยๆ ความผิดพวกนี้พอเราจำแนกก็จะเห็นมุมทำงานในการสืบสวนที่ชัดเจน

ทั้งนี้ ทาง สตม.มีเครื่องมือที่ช่วยในการจับกุมผู้กระทำความผิดทันที ถึงแม้จะยังไม่ได้ตัว คือการ “เพิกถอนวีซ่า” ทาง สตม.สามารถดำเนินการได้ทันทีหากพบว่าชาวต่างชาติมาทำผิดกฎหมายบ้านเรา ทำให้ไม่สามารถจะออกนอกประเทศไทยได้ หรือหลบหนีคดีไปที่อื่นๆ ต่อจากนี้เราก็ต้องล่าตัวเพื่อมารับโทษ

“ส่วนใหญ่ที่มาทำผิด น้อยคนจะมีเชื้อโจรในตัวแล้วตั้งใจเข้ามาก่อเหตุโดยตรง เช่น แก๊งเงินดำ ล่าสุดเพิ่งไปจับมาได้ ทั้งผิดกฎหมายการเข้าประเทศและมีโคเคน จับได้คาแมนชันอยู่กันในห้อง 7 คน หากเป็นพวกอเมริกากลาง อเมริกาใต้ ก็ตั้งแก๊งลักทรัพย์ตามบ้านเรือน คือพวกนี้จะมีหัวสมองดี จะคิดรอบคอบก่อนก่อเหตุ ไม่เล่นของหนัก เช่น ฆ่ากันตาย ปล้นฆ่า แต่หากลงมือไปแล้วต้องเอาให้คุ้ม ทั้งเงินทั้งของ ตำรวจก็ต้องตามให้ทัน”

หัวหน้าชุดสืบสวนจาก สตม. ยังบอกอีกว่า เหตุที่ต่างชาติเข้ามาหลบซ่อนหรืออาศัยบ้านเราก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ เพราะเมืองไทยเข้าง่าย ตรวจสอบประวัติบุคคลก็ยาก ใครมีพาสปอร์ตก็เดินทางเข้ามาได้เลย เพราะบ้านเราถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ต้องสร้างปัญหาตามเข้ามาเมื่อมีเหตุ แต่ สตม.ก็เฝ้าระวังร่วมกับตำรวจหน่วยอื่นๆ

นอกจากนี้ ทาง สตม.ยังตั้งกองร้อยปฏิบัติการขึ้นมา 1 ชุด จำนวน 100 นาย ถูกฝึกเหมือนกับกลุ่มคอมมานโดเพื่อใช้โต้ตอบ พร้อมทั้งใช้ปฏิบัติการในการจับกุมแก๊งต่างชาติในเมืองไทย ถือเป็นยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกที่ไม่เคยมีมาก่อนของ สตม.

“ชุดสืบสวนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะเป็นรูปแบบใหม่แล้ว จะไม่มีมานั่งจับเจ่าเด็ดขาด ทุกหน่วย ทุกนาย ต้องทำงานเชิงรุก เชื่อว่าด้วยศักยภาพเราจัดการได้แน่นอน” พล.ต.ต.ปรีชา กล่าว

อย่างไรก็ตาม การป้องกันเหตุหรือปราบปรามแก๊งอาชญากรรมต่างชาติที่เข้ามาก่อคดีในประเทศไทย จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีมือของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท