
ผวาหน้าแล้งน้ำขาดหลังเขื่อนพร่องน้ำทิ้ง
เกษตรกรภาคเหนือหวั่นฤดูแล้งน้ำไม่พอใช้หลังเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์เร่งระบายน้ำทิ้งตามแผนรัฐบาล
เกษตรกรภาคเหนือหวั่นฤดูแล้งน้ำไม่พอใช้หลังเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์เร่งระบายน้ำทิ้งตามแผนรัฐบาล
กลุ่มตัวแทนเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้นำภาคเหนือ ได้แก่ จ.กำแพงเพชร สุโขทัย นครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียง เข้าพบปะหารือพร้อมกับตั้งคำถามต่อนายวรวิทย์ รวีนิภาพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ว่าขณะนี้เกษตรกรผู้ใช้น้ำรู้สึกกังวลอย่างยิ่งจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าขั้นวิกฤตหลังจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เร่งระบายน้ำทิ้งจำนวนมหาศาลต่อวันตามนโยบายแก้น้ำท่วมของรัฐบาล โดยทางกลุ่มผู้ใช้น้ำเห็นว่าไม่ควรที่จะปล่อยน้ำลงมามากเกินไป ควรกักเก็บไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งบ้าง เพราะถ้าไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตรและอุปโภคบริโภค ราษฎรเดือดร้อนหนักจนต้องมีการเดินขบวนและเกิดศึกแย่งน้ำกันเป็นประจำทุกปี
ด้านนายวรวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ น้ำที่อยู่ในเขื่อนภูมิพลมีจำนวน 74% และในวันที่ 21 ก.พ. จะเหลือต่ำกว่าหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทุกวันนี้พร่องน้ำลงมาวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามนโยบายของรัฐบาล ในการป้องกันอุทกภัยเป็นหลัก ซึ่งในวันที่ 1 พ.ค.จะเหลือน้ำในเขื่อน 45% คือเหลือประมาณ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จะทำให้สามารถรับน้ำในช่วงฤดูฝนที่จะไหลเข้าเขื่อนได้อีก 7,500 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยถึงแม้ว่าจะเหลือน้ำในเขื่อนน้อย และฝนทิ้งช่วง ทางเขื่อนก็จะยังสามารถระบายน้ำลงมาให้ได้ประมาณวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตามแน่นอนต้องกระทบพื้นที่ทางการเกษตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางเขื่อนก็วิตกเหมือนกันว่า ถ้าปีนี้ฝนตกไม่มากตามที่คาดการณ์แล้วเกิดภัยแล้ง จะส่งผลกระทบกับพื้นที่ทางการเกษตรและประชาชนท้ายเขื่อน







