
มติวิป 2 ฝ่ายถกแก้รธน.23-24ก.พ.
มติวิปรัฐบาล-ส.ว.อภิปรายแก้ไขรธน. 23-24 ก.พ.แบ่งเวลา ฝ่ายละ 8 ชม.,ไร้เงาวิปฝ่ายค้านร่วมวง
มติวิปรัฐบาล-ส.ว.อภิปรายแก้ไขรธน. 23-24 ก.พ.แบ่งเวลา ฝ่ายละ 8 ชม.,ไร้เงาวิปฝ่ายค้านร่วมวง
นายอุดม รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า หลังจากวิปรัฐบาลได้หารือร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิฯ) ถึงกรอบเวลาในการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 แล้วมีมติให้จัดสรรเวลาในการอภิปรายช่วง 2 วัน คือ 23-24 ก.พ.54 ระหว่างเวลา 09.30-24.00 น.และ 09.00-20.00 น. รวม 25.5 ชั่วโมง โดยแบ่งให้ ส.ส.ผ่ายค้าน รัฐบาล และ ส.ว.อภิปรายฝ่ายละ 8 ชั่วโมง และการเสนอร่างของรัฐบาล 1.5 ชั่วโมง พร้อมระบุว่า การจัดสรรครั้งนี้คำนึงถึงความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 23 ก.พ.54 จะนัดวิปทั้ง 3 ฝ่ายหารือกันอีกครั้งในเวลา 10.30 น.เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันก่อนการพิจารณา ซึ่งฝ่ายค้านสามารถร่วมหารือกันได้ ทั้งนี้หากฝ่ายค้านไม่ส่งคนเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการสามัญก็เป็นสิทธิ แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นจึงไม่ขอวิจารณ์ และคิดแนวทางป้องกันไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย
ด้านนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวิปวุฒิฯ มั่นใจว่า การอภิปรายจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้ฝ่ายค้านไม่มาร่วมหารือวันนี้ แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ซึ่งการยืดเวลาอภิปรายจาก 1 วันเป็น 2 วัน แม้จะมีการแก้ไขเพียงมาตราเดียวแต่มีผู้อภิปรายมาก โดยเฉพาะ ส.ว.
ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า จะมีการถ่ายทอดสดการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และหลังลงมติที่คาดว่าจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงแล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญของรัฐสภา 45 คน ตามสัดส่วนของ 2 สภา แบ่งเป็น ส.ว. 10 คน,ส.ส.ทุกพรรค 35 คน
นอกจากนี้ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เรียกร้องให้รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนก่อน รวมทั้งขอให้ขยายเวลาการพิจารณาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จาก 180 วันเป็น 300 วันนั้น เรื่องของการ ให้ชะลอเพื่อร่างของประชาชน ทางวิปได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับภาคประชาชนแล้วว่า
“แม้ว่าในการตรวจสอบรายชื่อของร่าง ซึ่งจะใช้เวลา 90-120 วัน หากรอให้กระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้น ภาคประชาชนก็ไม่สามารถจะส่งตัวแทนเข้ามาเป็นกรรมาธิการได้อยู่แล้ว เนื่องจากข้อบังคับและรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ ส่วนขอเสนอให้ขยายการพิจารณาของส.ส.ร.นั้น ตรงนี้เป็นรายละเอียดที่กรรมาธิการจะเป็นผู้พิจารณาเอง ไม่ได้อยู่ในการหารือในวันนี้” วิปรัฐบาล กล่าว
ขณะที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การที่คปก.ทำหนังสือเพื่อขอให้เลื่อนการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญออกไปก่อนนั้น ประเด็นนี้อยู่นอกเหนืออำนาจการตัดสินใจของตน เพราะได้บรรจุลงในระเบียบการประชุมร่วมรัฐสภาแล้ว ดังนั้น กรณีนี้จะได้รับการพิจารณาหรือไม่นั้น ต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา สำหรับปัญหาการตีรวนในที่ประชุมนั้น เชื่อว่าหากมีการสร้างกติกาและยึดข้อบังคับเป็นหลัก ก็จะไม่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านๆ มา







