
โลกมองไทย
ทันทีที่วันที่ 3 มี.ค. สื่อในประเทศออกรายงานข่าวเรื่องเกิดเหตุระเบิดถึง 5 จุดในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ ทำให้สื่อต่างชาติโหมรายงานเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งโหนกระแสความรุนแรงภายในประเทศอย่างมาก
โดยสำนักข่าวต่างชาติหลายแห่งรวมถึงเอพี ไชนาเดลี ซีเอ็นบีซี ซึ่งระบุว่าความรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้น คนร้ายมุ่งเป้าหมายไปที่ธนาคารของรัฐ เช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม รายงานของเอพีระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่กล่าวว่า เหตุดังกล่าวไม่มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์การระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศยังคงให้ความสนใจในเรื่องของเหตุระเบิดบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ อย่างรายงานของแวนคูเวอร์ ซัน ระบุชัดเจนว่า เหตุความขัดแย้งทางการเมืองในไทยยังคงไม่จบสิ้น แม้จะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการพิพากษาคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปแล้ว
ทั้งนี้ ในรายงานระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความแตกแยกที่รุนแรง โดยด้านหนึ่งคือเหล่ากลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกลากเข้ามาจากพื้นที่ในชนบทของประเทศ และส่วนมากเป็นชาวบ้านผู้ยากจนซึ่งไม่มีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
รายงานยังระบุด้วยว่า อดีตนายกฯ ถูกกล่าวหาในความพยายามที่จะแสดงตนเป็นประธานาธิบดีของประเทศ อีกทั้งยังพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปการเมืองในไทย รวมถึงระบบการบริหารรายจ่ายภายในประเทศอีกด้วย
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สในอินเดีย ระบุถึงผลพวงที่ตามมาจากการพิจารณาคดีของอดีตนายกฯ ซึ่งระบุว่าหุ้นของ 3 บริษัท ประกอบด้วย ชินคอร์ป เอไอเอส และไทยคม ดิ่งลงหลังจากพิจารณาคดี อีกทั้งรายงานยังระบุว่า โบรกเกอร์บางรายได้ดาวน์เกรดของหุ้นชินคอร์ป และเอไอเอสลงอีกด้วย







