posttoday
กสม.จี้รัฐออกพรบ.เยียวยา

กสม.จี้รัฐออกพรบ.เยียวยา

21 กุมภาพันธ์ 2555

กสม.จี้รัฐออกพรบ.เยียวยา แนะทำมาสเตอร์แพลนเยียวยาครอบคลุมไฟใต้ ด้านปคอป.ยันไม่ได้เลือกสี อ้างคำนวณตัวเลขจ่ายเงินตามฐานรายได้

กสม.จี้รัฐออกพรบ.เยียวยา แนะทำแผนครอบคลุมไฟใต้ ด้าน "ปคอป." ยันไม่ได้เลือกสี อ้างคำนวณตัวเลขจ่ายเงินตามฐานรายได้

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้จัดเสวนาเรื่อง "เยียวยา 7.5 ล้านบาท เป็นธรรมหรือลำเอียง" โดยนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า รัฐบาลต้องทำมาสเตอร์แพลน (แผนแม่บท) เพื่อให้การเยียวยาเกิดความครอบคลุม รัฐบาลจะประกาศเยียวยาเฉพาะกรณีไมได้ ขณะเดียวกัน เมื่อมีการประกาศมาสเตอร์แพลนออกมาแล้วจะต้องเร่งดำเนินการตราร่างพ.ร.บ.ออกมาเพื่อเป็นหลักประกันในการเยียวยาเหตุการณ์โดยลงรายละเอียดให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์อะไรบ้างที่เข้าข่ายจะได้รับการเยียวยาเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา

"ต้องมีพ.ร.บ.ออกมาเพื่อเยียวยากรณีพิเศษ เช่น การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พฤษภาทมิฬ โดยมีความจำเป็นต้องลงรายละเอียดว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร และครอบคุลมขนาดไหน และต้องตกลงกับประชาชนให้ได้ด้วยเหมือกันว่าจะต้องทำเรื่องนี้ให้จบ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก" นางอมรา กล่าว

กสม.จี้รัฐออกพรบ.เยียวยา อมรา

ประธานกสม. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ห่วงเรื่องตัวเลข 7.5 ล้านบาทว่าจะมากน้อยแค่ไหน เพราะทั้งหมดอยู่ที่หลักคิดถ้าอธิบายให้สังคมเข้าใจได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้ครอบคลุม รัฐบาลต้องยืนยันให้ได้ว่ามีกรอบใหญ่อย่างไรซึ่งครอบคลุมเหตุการณ์ไหนบ้าง เช่น การกำหนดไปเลยว่าการเยียวยาในครั้งนี้จะครอบคลุมเฉพาะเหตุการณ์การชุมนุมปี 2552-2553 และประกาศออกมาจะขอดำเนินการเฉพาะส่วนนี้ หรือว่าจะประกาศให้ชัดว่าจะใช้หลักการนี้เพื่อการเยียวยาในกรณีอื่นๆด้วย" นางอมรา กล่าว

อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงในส่วนของการเยียวยาในเหตุการณ์ภาคใต้ว่าจะทำให้ชัดเจนอย่างไร เพราะในความเป็นจริงมีเหตุการณ์เสียชีวิตรายวันเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจะวางมาตรการเยียวยาอย่างไร ซึ่งรัฐบาลอาจระบุไปว่าเหตุการณ์ไหนที่เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเล็กๆน้อยๆก็ขอเอาไว้ก่อนก็ได้ โดยรัฐบาลต้องมีการอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐต้องดำเนินการเพื่อเยียวยาบุคคลส่วนใหญ่ที่สูญเสียในเหตุการณ์ที่มีความสูญเสียมากก่อน แต่ในอนาคตรัฐบาลต้องทำให้ครอบคลุม

นายวีระพงศ์ จิตต์มิตรภาพ โฆษกคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ  (ปคอป.)  กล่าวว่า สูตรของการเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมามาจากคำนวณในลักษณะกว้างๆ เพราะในทางปฎิบัติรัฐคงไม่สามารถลงรายละเอียดได้ทั้งหมดว่าเงื่อนไขลักษณะใดบ้างที่จะเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยการคำนวณตัวเลขมาจากฐานตัวเลขรายได้เฉลี่ยนของประชาชนในปี2553 ประมาณ 1.5 แสนบาทต่อคน ดังนั้น ถ้าผู้เสียชีวิตมีอายุ 35 ปีแต่หากไม่เสียชีวิตก็น่าจะมีอายุต่อไปได้อีก 30 ปีรวมอายุ 65 ปี จึงเป็นที่มาของการกำหนดตัวเลขเงินชดเชยผู้เสียชีวิตจำนวน 4.5 ล้านบาท

"เราคำนึงถึงว่าการสูญเสียบุคคลในครอบครัวถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ทำให้การกำหนดตัวเลขต้องคำนึงถึงภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต เช่น ภาวะเงินเฟ้อ เป็นต้น แต่เงินเยียวยานี้ไม่ได้เป็นมรดกตกทอดไปสามารถยกให้ใครได้ กล่าวคือ ถ้าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลตัวคนเดียวไม่มีญาติหรือครอบครัว ก็จะไม่เข้าข่ายได้รับเงินเยียวยาสภาวะครอบครัว" นายวีระพงศ์ กล่าว

นายวีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีคำถามว่าตัวเลขดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือลำเอียงหรืออไม่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับวิธีคิด แต่เราคิดว่าครอบครัวที่ได้รับความเสียหายต้องได้รับการเยียวยาตามความจำเป็น ส่วนความลำเอียง ยืนยันผู้เสียหายที่จะได้รับการเยียวยาไม่ได้จำกัดเฉพาะเหตุการณ์สุดท้ายเมื่อปี 2553 เพราะรัฐบาลเยียวยาให้กับผู้สูญเสียตั้งแต่เหตุการณ์พ.ศ. 2548 รวมทั้งไม่ได้คำนึงถึงสีทางการเมือง เพราะทหาร ตำรวจ ชาวต่างประเทศ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะได้รับการเยียวยาทั้งหมดเช่นกัน 

นางอังคณา นีละไพจิตร รองเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้ กล่าวว่า การเยียวยาด้วยตัวเงินไม่สามารถนำไปสู่ความปรองดองได้ นอกจากนี้ การเยียวยาต้องทำในส่วนของจิตใจด้วย เช่น ในกรณีที่มีบุคคลตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้า กลัว และหวาดระแวง โดยคงไม่สามารถจะชดเชยเป็นตัวเงินได้ แต่ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการความทุกข์ทางกายเช่นกัน

"การเยียวยารัฐจำเป็นต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ความคุ้มครองให้เกิดความเท่าเทียมกัน ส่วนตัวมองว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐกับประชาชน เมื่อเกิดความเชื่อใจแล้วจะนำไปสู่การปรองดองได้อย่างแท้จริง" นางอังคณา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท