
ผู้รับเหมาแฉหัวคิวแก้มลิง20%
ผู้รับเหมา จ.พิจิตร แฉถูกเรียกเก็บหัวคิวโครงการขุดลอกพื้นที่รับน้ำท่วม 20%
ผู้รับเหมา จ.พิจิตร แฉถูกเรียกเก็บหัวคิวโครงการขุดลอกพื้นที่รับน้ำท่วม 20%
โครงการเตรียมพื้นที่แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำหลากเริ่มส่อเค้าความไม่โปร่งใส เมื่อผู้รับเหมารายหนึ่งในพื้นที่ จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ก่อนมีข้าราชการบางคนเรียกบรรดาผู้รับเหมาในพื้นที่ จ.พิจิตร ไปพบเพื่อขอค่าหัวคิว 20% ของมูลค่าโครงการ โดย จ.พิจิตร ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการป้องกันน้ำท่วม 37 โครงการ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
“ช่วงสัปดาห์ก่อนมีข้าราชการคนหนึ่ง ได้เรียกบรรดาผู้รับเหมาไปพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร เพื่อชี้แจงถึงโครงการต่างๆ อีกทั้งยังตกลงกันว่าจะให้บริษัทใดรับงานใดบ้าง โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการใหม่ที่กำหนดขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินสายติดตามความคืบหน้าการเตรียมป้องกันน้ำท่วม” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า เดิมมีแนวโน้มว่าจะไม่มีผู้รับเหมารายไหนกล้ารับงาน เพราะไม่เพียงจะมีการเก็บค่าหัวคิวในอัตราสูงแล้ว ยังเป็นงานเร่งมีเวลาทำแค่ 60-90 วัน ต้องวางเงินประกันในอัตราสูง แล้วยังเสี่ยงต่อการถูกปรับ หากทำงานและส่งมอบงานให้ไม่เสร็จตามกำหนด ซึ่งทำให้กลายเป็นช่องเรียกรับผลประโยชน์ได้อีก
“มีการเสนอเงื่อนไขเพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมา โดยให้ทำงานจริงเพียงครึ่งเดียว เพื่อให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา แต่ขอเรียกรับค่าตรวจงานอีก 1.53% ดังนั้นโครงการขุดลอกแก้มลิงต่างๆ ใน จ.พิจิตร ก็จะได้ปริมาตรงานเพียง 50% เท่านั้น เพราะเมื่อครบกำหนดตรวจรับงานก็เป็นหน้าน้ำหลาก ก็จะทำการตรวจสอบว่าทำงานเสร็จครบสมบูรณ์ตามสัญญาหรือไม่” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) แบ่งการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.พื้นที่ต้นน้ำ ประกอบด้วย 10 จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน และพะเยา ใช้งบประมาณ 6.9 หมื่นล้านบาท
2.พื้นที่กลางน้ำ 14 จังหวัด ประกอบด้วยพื้นที่กลางน้ำตอนบน 6 จังหวัด คือ จ.พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตร กำแพงเพชร ชัยนาท และพื้นที่กลางน้ำตอนล่าง 8 จังหวัด คือ จ.สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และนครนายก วงเงิน 7.9 หมื่นล้านบาท
3.พื้นที่ปลายน้ำ 7 จังหวัด คือ จ.นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นครปฐม ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร วงเงินโครงการรวม 1.53 แสนล้านบาท







