posttoday
จับตคู่เดือดอิหร่าน-อิสราเอล สงครามที่มะกันไม่เล่นด้วย

จับตคู่เดือดอิหร่าน-อิสราเอล สงครามที่มะกันไม่เล่นด้วย

21 กุมภาพันธ์ 2555

ปะทุความระอุ ทวีความเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้

ปะทุความระอุ ทวีความเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ปะทุความระอุ ทวีความเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ สำหรับประเด็นโต้แย้งโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านระหว่างการใช้เพื่อสันติที่อิหร่านยืนยันหนักแน่นกับการใช้เพื่อพัฒนาอาวุธที่โลกตะวันตกและอิสราเอลเชื่อมั่น

แม้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) อิสราเอล และอิหร่าน จะเห็นดีเห็นงามในแนวทางสันติหรือช่องทางทางการทูต ด้วยการหันหน้าเปิดใจเจรจา โดยก้าวหน้าถึงขั้นที่อิหร่านกำหนดสถานที่พูดคุยกันครั้งใหม่แล้วที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจากที่ล่มไม่เป็นท่าเมื่อเดือน ม.ค. 2554

แต่การกระทำที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ของแต่ละฝ่ายกลับตรงข้ามกับสิ่งที่พูดอย่างสิ้นเชิง

เพราะสหรัฐและอียูจับมือเพิ่มแรงกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ตามด้วยอิสราเอลที่ไม่ต้องการเห็นอิหร่านครอบครองนิวเคลียร์มากที่สุดในภูมิภาค ถึงกับออกมาขู่โจมตีโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทางอากาศเหมือนที่เคยทำมาในอดีต

จับตคู่เดือดอิหร่าน-อิสราเอล สงครามที่มะกันไม่เล่นด้วย

 

ขณะที่อิหร่านเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ที่ก้าวหน้าถึงขั้นผลิตแท่งเชื้อเพลิงได้สำเร็จ แถมด้วยการนำเรือรบออกมาลอยลำในอ่าวเปอร์เซีย ประกาศซ้อมรบทางภาคพื้นและส่งเรือรบเข้าสู่น่านน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึงระงับการส่งออกน้ำมันให้อังกฤษและฝรั่งเศส และส่งจดหมายถึงบริษัทกลั่นน้ำมันในยุโรประบุให้เลือกระหว่างเซ็นสัญญาซื้อน้ำมันกับอิหร่านอีก 25 ปี หรือไม่ต้องมาซื้ออีกเลย

ยังไม่นับรวมปฏิบัติการก่อการร้ายที่ระบุตัวการไม่ได้ เช่น เหตุระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทางการทูตของอิสราเอลที่เชื่อกันว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์หรือฮามาส ซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หรือการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ปักใจเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของสายลับอิสราเอล โดยความร่วมมือจากสหรัฐที่ต้องการขัดขวางทำลายความคืบหน้าในการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน

สถานการณ์ความตึงเครียดที่ต่างฝ่ายต่าง “ฮุก” หมัดเข้าสวนกันไม่ยั้งแบบไม่มีใครยอมใคร ส่งผลให้นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงหลายสำนักอดวิตกกังวลถึงสัญญาณแห่งสงครามระลอกใหม่ที่เริ่มปรากฏให้เห็นลางๆ ไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับท่าทีของอิสราเอลที่แสดงให้เห็นว่าชักจะเริ่มใช้เกมรุกกับอิหร่านมากขึ้นทุกที

ทั้งนี้ สิ่งที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงมากที่สุดก็คือสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางจะหนาวลามถึงสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก เหมือนอย่างที่จอร์เจีย อินเดีย และไทย ได้ลิ้มรสมาแล้วแบบสดๆ ร้อนๆ

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ในขณะนี้จะส่งสัญญาณของสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านอย่างค่อนข้างจะแน่ชัด เนื่องจากเป็นประเทศคู่อริที่ภูมิต้านทานความรุนแรงน้อยด้วยกันทั้งคู่

แต่นักกลยุทธ์และนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงส่วนหนึ่งต่างเห็นตรงกันว่า ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านน่าจะจำกัดเฉพาะจุดโจมตีมากกว่าที่จะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ หากในกรณีเลวร้ายที่สุดที่พูดกันไม่รู้เรื่องอีกต่อไป การใช้กำลังเข้าจัดการก็ไม่น่าไปไกลเกินกว่าบริเวณพื้นที่ที่เป็นปัญหาอย่างแถบชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย และที่ตั้งของโรงงานนิวเคลียร์ ตลอดจนพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตนิวเคลียร์อื่นๆ

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศวิเคราะห์ว่า เหตุผลสำคัญที่สงครามไม่อาจบานปลายได้มากกว่านั้นเพราะผู้อุปถัมภ์ค้ำชูคนสำคัญของอิสราเอลอย่างสหรัฐไม่อยู่ในสภาพพร้อมรบเท่าใดนัก

ความพร้อมที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงด้านการเงิน เพราะในฐานะพ่อค้าอาวุธหมายเลขหนึ่งของโลก สงครามย่อมทำกำไรเข้าประเทศได้มหาศาล แต่เป็นความไม่พร้อมในเรื่องของอำนาจการบริหารเสียมากกว่า

ต้องยอมรับว่าช่วงเวลานับจากนี้ไปการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐย่อมทวีความรุนแรงดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

และแน่นอนว่าในระหว่างการถ่ายโอนอำนาจ นักการเมืองทั้งหลายย่อมฉลาดพอที่จะไม่จุดชนวนก่อสงครามขัดใจประชาชนซึ่งกำลังเหนื่อยหน่ายกับสงครามที่ดูจะไม่จบไม่สิ้น แถมยังทำให้ชาวอเมริกันผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเป้าการโจมตี เพื่อให้เสียคะแนนความนิยมจนชวดเก้าอี้ผู้นำ

ท่าทีของสหรัฐที่ยังไม่พร้อมกับสงครามครั้งใหม่ยืนยันได้จากคำพูดของ มาร์ติน เดมป์ซีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐที่พร้อมใจออกมาปรามอิสราเอล กับ วิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ให้อิสราเอลมีน้ำอดน้ำทนและยึดแนวทางการคว่ำบาตรเพื่อกดดันอิหร่าน โดยย้ำว่าการใช้กำลังทหารกับอิหร่านที่เริ่มผ่อนท่าทีแข็งกร้าวลงเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาด แถมยังก่อผลลัพธ์ร้ายแรงที่กระเทือนความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง

และแน่นอนว่าหากอิหร่านขัดแย้งกับอิสราเอลจริง สิ่งที่ค่อนข้างแน่ชัดก็คือว่า อิสราเอลจะเป็นประเทศหัวเดียวกระเทียมลีบทันทีหากไม่มีแรงหนุนจากสหรัฐและโลกตะวันตก

เพราะต้องไม่ลืมว่า แม้ประเทศในกลุ่มอาหรับจะเหม็นขี้หน้าอิหร่าน แต่ก็ไม่มากเท่ากับที่เกลียดยิวเข้าไส้

ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งสหรัฐและอิสราเอลในขณะนี้ก็คือเดินหน้ากดดันอิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตรพร้อมกับชาติตะวันตกอื่นๆ เพื่อบีบให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจา

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขข้างต้นก็ไม่ได้หมายความว่าสงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอลจะหมดไป

เพียงแต่แทนที่จะห้ำหั่นกันอย่างโจ่งแจ้งก็เปลี่ยนเป็นการเอาคืนของกลุ่มนิรนาม ควบคู่ไปกับการประกาศศักดา เช่น การซ้อมรบข่มกันเอง

ส่วนในระหว่างนั้นประชาคมโลกก็คงได้แต่ลุ้นกันตัวโก่ง ทั้งกับลูกหลงที่มีสิทธิเจอได้ทุกเมื่อ และกับราคาน้ำมันที่มีสิทธิทะลุ 250 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล  

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ