
สรุปแนวฟลัดเวย์ป้องพื้นที่ห้ามท่วม
เคาะแนวฟลัดเวย์ ป้องพื้นที่ห้ามท่วม ชง กยน. 22 ก.พ. กรอ.ได้ทีขอฟื้นโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูล 3 แสนล้าน
เคาะแนวฟลัดเวย์ ป้องพื้นที่ห้ามท่วม ชง กยน. 22 ก.พ. กรอ.ได้ทีขอฟื้นโครงการผันน้ำโขงเลยชีมูล 3 แสนล้าน
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ได้จัดทำแผนที่บริหารอุทกภัยระยะเร่งด่วนเสร็จแล้วเตรียมเสนอ กยน.ชุดใหญ่วันที่22 ก.พ. จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย และนายกฯ จะเปิดแถลงเป็นทางการอีกครั้ง
แผนที่ดังกล่าวได้กำหนดพื้นที่ห้ามน้ำท่วม ได้แก่ ตัวเมืองชุมชน นิคมอุตสาหกรรม ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรปราการ และแสดงแนวฟลัดเวย์ที่จะบรรเทาอุทกภัยเร่งด่วนด้วย
นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาลคณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า คณะทำงานฯ ได้จัดหาพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติให้รัฐบาลได้แล้ว 8.23 ล้านไร่ ไล่จากเหนือ จ.นครสวรรค์ และใต้นครสวรรค์ แยกเป็นตอนบนเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีพื้นที่เป็นแก้มลิงตามธรรมชาติได้ 4.6 ล้านไร่ รับน้ำได้ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ตอนล่างเขื่อนเจ้าพระยา 3.63 ล้านไร่ รับน้ำ 3,000 ล้าน ลบ.ม.
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.อุดรธานี วันที่22 ก.พ. คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเสนอให้นายกฯ นำโครงการผันน้ำ โขงเลยชีมูล ขึ้นมาทบทวนเพื่อดำเนินการอีกครั้ง เป็นโครงการผันน้ำใช้แรงโน้มถ่วงโลก งบประมาณเกือบ 3 แสนล้านบาท
โครงการนี้สามารถบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนใน 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้พื้นที่ชลประทานเพิ่ม 30 ล้านไร่ คณะกรรมการนโยบายทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ เคยเห็นชอบไว้ โดยจะเริ่มที่ อ.ปากชม จ.เลย และต้องขุดแม่น้ำใหม่ 5 สาย
นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การใช้ที่นาเป็นพื้นที่รับน้ำ กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กยน.) และกระทรวงเกษตรฯได้จัดหาที่ไว้แล้วประมาณ 1.4 ล้านไร่ เป็นพื้นที่กลางน้ำตอนบน 431,258 ไร่ รับน้ำได้ 828 ล้านลบ.ม., พื้นที่กลางน้ำตอนล่าง 969,140 ไร่ รับน้ำได้ 1860.70 ล้านลบ.ม. และรอกระทรวงเกษตรฯสำรวจเพิ่ม 599,602 ไร่ เพื่อรองรับน้ำเพิ่ม 1,031.30 ล้านลบ.ม. และให้ทุกจังหวัดในพื้นที่รับน้ำ ทำโครงการแก้ไขระยะสั้น ส่งมาที่สำนักงบประมาณในวันที่ 22 ก.พ. หากไม่ส่งจะตัดโครงการจังหวัดนั้นทิ้ง







