
ทุนนอกลงไทยทะลุ2.5หมื่นล
บีโอไอเผยยอดเอฟดีไอเดือน ม.ค.มี 80 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท
บีโอไอเผยยอดเอฟดีไอเดือน ม.ค.มี 80 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท
โดยอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และบริการสาธารณูปโภคยื่นขอส่งเสริมมากสุด
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้รายงานถึงภาวะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในเดือน ม.ค. 2555 มีทิศปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีนักลงทุนต่างชาติยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามา 80 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท จำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 67 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 63.58% จากปีก่อนอยู่ที่ 1.53 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้วและขอขยายการลงทุนเพิ่ม
กิจการที่นักลงทุนต่างชาติสนใจยื่นขอส่งเสริมส่วนใหญ่ ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติก และกิจการบริการและสาธารณูปโภค โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่นยังคงเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด โดยในเดือนม.ค. มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 40 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.44 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะลงทุนในด้านอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โลหะ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน รองมาเป็นนักลงทุนจากสหรัฐ ยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 5 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 3,675 ล้านบาท อันดับสามได้แก่ นักลงทุนจากสวิตเซอร์แลนด์ 2 โครงการมูลค่าเงินลงทุนรวม 2,417 ล้านบาท และสิงคโปร์ ตามลำดับ







