
รฟท.ลุยพัฒนาที่ดิน
ถกพรบ.ร่วมทุนขัดแผนเพิ่มรายได้วอนคมนาคมวางนโยบายชัดเจน
ถกพรบ.ร่วมทุนขัดแผนเพิ่มรายได้วอนคมนาคมวางนโยบายชัดเจน
ร.ฟ.ท.หารือคมนาคม เร่งพัฒนาที่ดินผืนใหญ่สร้างรายได้ หลังติดปัญหา พ.ร.บ.ร่วมทุนจนสะดุด
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ ร.ฟ.ท.จะทำหนังสือถึง นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ รักษาการปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือถึงการแก้ไขปัญหาการนำที่ดินบริเวณสถานีมักกะสัน สถานีแม่น้ำ และสถานีย่านพหลโยธิน เพื่อหารายได้ให้ ร.ฟ.ท. เนื่องจากที่ผ่านมาติดเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2535 ทำให้การดำเนินโครงการดังกล่าวไม่คืบหน้า
ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.เห็นว่าการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวควรเปิดกว้างให้เอกชนที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเป็นผู้เสนอแนวทางพัฒนาที่ดินที่ทำให้ ร.ฟ.ท.มีรายได้และผลตอบแทนมากขึ้น แต่เงื่อนไข พ.ร.บ.ร่วมทุนกำหนดว่า การให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ร.ฟ.ท.ต้องศึกษาและจัดทำการออกแบบเบื้องต้น (Conceptual Design) รวมทั้งศึกษาเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งเท่ากับว่าเอกชนต้องดำเนินการตามแบบที่ ร.ฟ.ท.กำหนด ในขณะที่ รฟท.เห็นว่าการเปิดกว้างให้เอกชนได้ยื่นข้อเสนอที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์มากกว่า แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะติดขัดเงื่อนไข พรบ.ร่วมทุนดังกล่าว
“เรื่องนี้คาราคาซังมานาน เพราะติดเงื่อนไชดังกล่าว รฟท.จึงต้องทำหนังสือรายงานกระทรวงคมนาคม เพื่อหาทางออกและรับนโยบายจากกระทรวงฯ มาปฏิบัติได้”นายยุทธนากล่าว
ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.มีแผนย้ายศูนย์ซ่อมสถานีมักกะสันไปยังสถานีรถไฟเชียงรากน้อย แก่งคอย และศรีราชา วงเงินค่ารื้อย้าย 3,000 ล้านบาท ส่วนพื้นที่สถานีมักกะสันเดิมมีแผนจะพัฒนาเชิงพาณิชย์ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงต้องการความชัดเจนด้านนโยบาย เพื่อเตรียมพร้อมย้ายศูนย์ซ่อมต่างๆ บริเวณสถานีมักกะสันออกไปก่อนที่จะพัฒนาปรับปรุง
ด้านนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะประธานบอร์ด ร.ฟ.ท. กล่าวว่า เมื่อเรื่องส่งถึงรักษาการปลัดกระทรวงคมนาคมแล้ว จากนั้นจะส่งเรื่องมาให้ สนข.วิเคราะห์ศึกษา และอาจต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา
ซึ่งจะมีตัวแทนที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักวานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ซึ่งความเป็นไปได้ที่อาจให้รัฐมนตรีทีเกี่ยวข้องเป็นประธานเพื่อกำหนดเป็นแนวนโยบายออกมาที่จะหาทางออกในเรื่องนี้ “หาก ร.ฟ.ท.ทำตามกรอบที่กำหนดก็จะต้องว่าจ้างออกแบบ ซึ่งแบบที่ได้อาจไม่ทันสมัยหรือดีเท่าเอกชนที่มีการวางแผนบริหารที่ดินทั้งแปลงได้” นางสร้อยทิพย์ กล่าว







