
ภาคเหนือวิกฤตหนักฝุ่นละอองพุ่งเกินค่ามาตรฐาน
ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญวิกฤตหมอกควันอันเป็นผลจากการเผาหญ้าข้างทาง
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญวิกฤตหมอกควันอันเป็นผลจากการเผาหญ้าข้างทาง เผาไร่เตรียมทำการเกษตร และบางส่วนเกิดจากไฟป่า
สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มลุกลาม ตัวเลขการตรวจวัดคุณภาพอากาศในหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) เกินค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จนส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนในพื้นที่ไปตามๆ กัน
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ในวันที่ 17 ก.พ. พบว่าค่า PM10 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 83.4-235.3 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเกือบทุกสถานี
โดยเฉพาะที่ จ.ลำปาง ทั้งๆ ที่ทางจังหวัดเพิ่งประกาศคำสั่งเรื่องกำหนดเขตควบคุมไฟป่าในท้องที่ เพื่อกำหนดให้ทั้ง จ.ลำปาง เป็น “เขตควบคุมไฟป่า” ไปหยกๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ ณ วันที่ 17 ก.พ. ที่จุดวัดศาลหลักเมืองลำปาง มีค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 253.3 ไมโครกรัม/ลบ.ม. สูงสุดในพื้นที่ภาคเหนือไปเสียแล้ว
ขณะที่จังหวัดอื่นๆ ก็มีค่า PM10 ใกล้เคียงกัน โดยที่ จ.แพร่ วัดค่าได้ 218.1 ไมโครกรัม/ลบ.ม. จ.ลำพูน วัดได้ 192.1 ไมโครกรัม/ลบ.ม.
จ.เชียงราย วัดได้ 123.5 ไมโครกรัม/ลบ.ม. จ.พะเยา วัดได้ 123.5 ไมโครกรัม/ลบ.ม. จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 192.1 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ควันไฟปกคลุมบริเวณสนามบินแม่ฮ่องสอน ทำให้สายการบินนกแอร์ต้องเลื่อนเวลาทำการบินออกไปอีก 1 ชั่วโมง
ส่วน จ.เชียงใหม่ วัดได้ 127.09 ไมโครกรัม/ลบ.ม. รวมทั้ง จ.ตาก ก็เกิดหมอกปกคลุมทั่วบริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สอด
นพ.พงศ์เทพ วิวรรธนะเดช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการคุณภาพอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า สภาพอากาศแย่ลงอย่างต่อเนื่องภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยในหลายๆ พื้นที่ในภาคเหนือปริมาณค่า PM10 เพิ่มสูงถึง 200 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ค่า PM10 ยังอยู่ที่ประมาณ 100 ไมโครกรัม/ลบ.ม.เท่านั้น
นพ.พงศ์เทพ ชี้ว่า หากพิจารณาจากแนวโน้มดังกล่าว ประกอบกับการที่ไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่สภาพอากาศจะเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง และอาจรุนแรงเหมือนในปี 2550 ที่มีค่า PM10 สูงถึงระดับ 350 ไมโครกรัม/ลบ.ม.
“หากปริมาณฝุ่นละอองในอากาศยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอน โดยจากสภาวะอากาศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ พบว่ามีประชาชนบางส่วนเริ่มรู้สึกเคืองตาหรือแสบคอแล้ว” นพ.พงศ์เทพ กล่าว
นพ.พงศ์เทพ แนะนำวิธีปฏิบัติตัวของประชาชนในช่วงนี้ว่า ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งและงดการออกกำลังกาย ถ้าอยู่บริเวณที่มีควันไฟให้ใส่หน้ากากอนามัย ถ้าชุบน้ำพอหมาดๆ จะมีประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีขึ้น
และที่สำคัญ ในกลุ่มหญิงมีครรภ์จำเป็นจะต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพของตนเองเป็นพิเศษ เพราะหากฝุ่นละอองถูกดูดซึมและถ่ายทอดไปสู่ทารกในครรภ์ อาจส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และคลอดก่อนกำหนดได้
แนวโน้มดังกล่าวเป็นเรื่องที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมการรับมือขั้นสูงสุด
ในด้านการเฝ้าระวังโรคทางเดินหายใจ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 8 จังหวัดในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน เฝ้าระวังผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคที่เกิดจากปัญหาหมอกควันไฟป่า ได้แก่ 1.กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด 2.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจทุกชนิด 3.กลุ่มโรคตาอักเสบ และ 4.กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ รวมทั้งให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งจัดเวชภัณฑ์ดูแลผู้เจ็บป่วยจากปัญหาหมอกควันตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ยอดตัวเลขผู้ป่วยอย่างเป็นทางการที่ จ.เชียงใหม่ ยอดผู้ป่วยตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นถึง 10% มีผู้ป่วยแล้วกว่า 2,500 คน โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ ส่วนที่ จ.ลำพูน ก็มีผู้ป่วยแล้ว 2,500 คนเช่นกัน รวมทั้ง จ.ลำปาง ซึ่งมีค่า PM10 สูงสุดในประเทศ ก็มีประชาชนเข้าตรวจรักษาแล้ว 1,500 คน
นอกจากนี้ ยังต้องมีมาตรการป้องกันที่ต้นเหตุ นั่นคือการรณรงค์อย่าเผาป่า เผาที่ทำการเกษตรเพื่อเตรียมปลูกพืชผล ตลอดจนการให้ความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนให้มากขึ้นถึงเรื่องพิษภัยในการเผาป่า ที่สร้างความเสียหายให้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ มาตรการเหล่านี้หลายพื้นที่เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว เช่นที่จ.เชียงใหม่ มีคำสั่งให้นายอำเภอทุกอำเภอเข้มงวดในการควบคุมการเผาในที่โล่ง งดเผาขยะมูลฝอย การงดเผากิ่งไม้ในชุมชน และการห้ามเผาวัชพืชริมทางอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน ยังจัดชุดปฏิบัติการออกตรวจลาดตระเวนดูแลพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเผาป่าอย่างเข้มงวด รวมทั้งให้จัดตั้งด่านสกัดในเส้นทางเข้าสู่ป่าเพื่อป้องกันการเผาป่า ล่าสัตว์ การเก็บของป่า และทำการเกษตรของประชาชน
เช่นเดียวกับ จ.ลำพูน ได้ประกาศกำหนดเขตควบคุมไฟป่าในเขตอนุรักษ์ 287 หมู่บ้าน ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ
ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในกรณีที่มลพิษทางอากาศเพิ่มสูงถึงขั้นร้ายแรง ทางจังหวัดมีแผนรองรับโดยจะได้ประสานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอสนับสนุนการทำฝนหลวง รวมทั้งประสานไปยังกองทัพอากาศเพื่อสนับสนุนเครื่องบิน ซี130 ขึ้นบินโปรยละอองน้ำชะล้างฝุ่นควันในอากาศในพื้นที่วิกฤต โดยเฉพาะในเขตเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ แม้จะไม่สามารถกำจัดฝุ่นควันได้ทั้งหมด แต่ก็หวังจะลดลงให้ได้มากที่สุด







