
ตร.ลุยค้นอิหร่านเอี่ยวบึ้ม
ตร.ลุยค้นอพาร์ตเมนต์บ้านเช่า พุ่งเป้าซอยนานา คลองตัน ข้าวสาร ล่าชายต้องสงสัยเอี่ยวแก๊งอิหร่าน
ตร.ลุยค้นอพาร์ตเมนต์บ้านเช่า พุ่งเป้าซอยนานา คลองตัน ข้าวสาร ล่าชายต้องสงสัยเอี่ยวแก๊งอิหร่าน
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกโรงพักเพิ่มมาตรการในการเข้าไปตรวจค้นและดูแลชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มาจากตะวันออกกลาง และให้ไปสำรวจข้อมูลอพาร์ตเมนต์และบ้านเช่าทุกแห่งที่มีชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัย หากพบเห็นว่าพักอยู่จำนวนมาก ก็จะมีการตรวจค้นทั้งตัวบุคคลและยานพาหนะ หากมีเหตุอันควรสงสัยก็จะขอหมายเข้าตรวจค้นบ้านพักด้วย
พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า ส่วนพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ย่านนานา คลองตัน และถนนข้าวสาร เนื่องจากมีชาวต่างชาติอยู่กันจำนวนมาก นอกจากนี้ในการเข้าตรวจค้นห้องพักของ โรฮานี ไลลา หนึ่งในผู้ต้องสงสัยนั้น ทางตำรวจได้พบหลักฐานบางส่วน แต่ไม่สำคัญเท่าไหร่ อีกทั้งโรฮานีเป็นเพียงคนหาที่พักหรือบ้านเช่าให้กลุ่มผู้ต้องหาเท่านั้น
“กระแสข่าวที่ว่ามีสัญลักษณ์ของกลุ่มก่อการร้ายภายในบ้านเช่าที่เกิดเหตุระเบิดนั้น ผมยืนยันว่าไม่มี ทั้งนี้ทางตำรวจได้ข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่ามีผู้ต้องหาอีก 1 คน เป็นชาวต่างชาติ ลักษณะเป็นชายสูงอายุที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายคนดังกล่าวได้ในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ” ผบช.น. กล่าว
ผบช.น. กล่าวอีกว่า ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 4 คน สอบสวนพยานไปแล้ว 16 ปาก และรวบรวมพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ 3 จุด ได้แก่ ภายในบ้านเลขที่ 66 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 บริเวณกลางซอย และหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ส่วนการคุมตัว มาซุด ซีดากาห์ซาเด ที่ยังอยู่ในประเทศมาเลเซียกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังหาหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องซีซีทีวีที่จับภาพได้ว่า มีผู้ต้องสงสัยชายอีกคนหนึ่งที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดร่วมก่อเหตุระเบิด 3 ครั้ง ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 และกำลังสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่า ชายคนดังกล่าวยังอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือไม่
นอกจากนี้ จะประสานกับทางการประเทศมาเลเซียในการส่งตัว มาซุด ซีดากาห์ซาเด ซึ่งมาเลเซียสามารถควบคุมตัวไว้ได้ เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย แต่ต้องดูสัญญาระหว่างสองประเทศ เพราะไทยกับมาเลเซียไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน พร้อมจะเร่งดำเนินคดีให้ยุติเร็วที่สุด โดยยืนยันว่าไทยยังมีความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด เพราะไทยเป็นมิตรทั้งสองฝ่ายคือ อิหร่านกับอิสราเอล
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการต่างประทศเริ่มทบทวนมาตรการออกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว แต่ไทยนั้นเหมือนมีสองมือคือ มือหนึ่งต้องเบรกและตรวจสอบ ขณะที่อีกมือหนึ่งต้องให้นักท่องเที่ยวเข้ามา
“ยอมรับว่าต่างประเทศเคยเตือนหลายครั้ง แต่สมาชิกก่อการร้ายมันมีทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะไทย เพราะไทยเป็นประเทศเสรีและต้องการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ทำเงินเข้าประเทศ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว







