posttoday
เลียบเลาะฝั่งน้ำของ ธรรมชาติสอนให้รู้ธรรม

เลียบเลาะฝั่งน้ำของ ธรรมชาติสอนให้รู้ธรรม

18 กุมภาพันธ์ 2555

บรรยากาศยามเช้าริมแม่น้ำรวกบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ แม่น้ำโขง หรือแม่น้ำของ ใกล้กับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

โดย...สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา

บรรยากาศยามเช้าริมแม่น้ำรวกบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ แม่น้ำโขง หรือแม่น้ำของ ใกล้กับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ยังคงความเยือกเย็นในปลายฤดูหนาว ตะวันสีทองโอบคลุมชายแดนสามแผ่นดินที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งกลายเป็นชายแดนสี่แผ่นดินหลังจากรัฐบาลจีนเช่าพื้นที่เกาะดอนซาวจากลาวนานถึง 99 ปี เพื่อทำธุรกิจการค้าและบ่อนกาสิโน เราเลือกพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นประกอบพิธีกรรมก่อนออกเดินทาง

“ทุกย่างก้าวในวันนี้เราจะเดินด้วยความสงบ อย่างมีสติ เพื่อสันติสุขในใจเรา ระลึกรู้บุญคุณของผืนดิน ป่าไม้ และสายน้ำ ที่ช่วยหล่อเลี้ยงและเกื้อกูลชีวิตของเรา เราจะเปิดใจรับรู้ทุกข์สุขของสรรพชีวิต ด้วยความอ่อนโยนและนอบน้อมต่อธรรมชาติ ตามรายทางเบื้องหน้านี้ ขอให้สรรพชีวิตจงเป็นสุข ปลอดพ้นจากภัยทั้งปวง ขอให้ทุกชีวิตเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน อยู่อย่างบรรสานสอดคล้องด้วยเมตตาต่อกัน ขอให้บุญกุศลที่เราพร้อมใจบำเพ็ญในวันนี้ จะเป็นพลังปัจจัยให้สันติสุขบังเกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ ขอความบริสุทธิ์สดใสจงคืนสู่แม่น้ำของ อย่างยั่งยืนยาวนานตลอดไป”

บทภาวนาของ พระไพศาล วิสาโล ทำให้คณะธรรมยาตราเพื่อแม่น้ำโขงอิ่มเอิบใจถ้วนทั่ว จนคลายความกังวลใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า

ช้าง 3 เชือก นำคณะธรรมยาตราเดินทางเลียบแม่น้ำรวก เลาะไหล่เขาไต่ขึ้นเนินจนมองเห็นแม่น้ำรวกไหลลงสู่แม่น้ำโขง ผ่านตึกรามบ้านช่องสองข้างทาง ชาวบ้านเริ่มใส่บาตรพระ บริเวณพระใหญ่ ซึ่งจำลองมาจากพระเจ้าล้านตื้อที่จมหายไปกับสายน้ำโขง มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า พระเจ้าล้านตื้อเคยประดิษฐาน ณ วัดกู่คำ ในอดีตอันยาวนานกว่า 1,000 ปี ถูกกระแสน้ำไหลเปลี่ยนทิศ ทำให้ตลิ่งเกิดการพังทลาย องค์พระประธานพังลงพร้อมกับวัด ปัจจุบันยังคงหลงเหลือซากอิฐเก่าแก่อยู่เยื้องที่ว่าการอำเภอเชียงแสน

เลียบเลาะฝั่งน้ำของ ธรรมชาติสอนให้รู้ธรรม

 

มองข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม ภาพอันเงียบสงบบริเวณหมู่บ้านกว๊านของชาวลาวที่คุ้นเคย ผ่านมาไม่ถึง 3 ปี เปลี่ยนไปเป็นตึกแปลกตาผุดขึ้นมาริมฝั่ง มองเห็นฝั่งฉาบปูนเขียนตัวหนังสือจีน แปลเป็นภาษาลาวว่า ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถัดจากตรงนั้นไปเลียบไปตามลำน้ำโขงฝั่งซ้ายเป็นตัวอาคารของบ่อนกาสิโน เชื่อมต่อไปยังเกาะดอนซาวกับการสูญหายไปของพรรณไม้น้ำรอบเกาะ หลงเหลือไว้เพียงดอกงิ้วสีแดงยังคงบานสะพรั่ง

แม่น้ำโขงกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบตไหลมาค่อนทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ก่อนจะเข้าสู่ชายแดนประเทศไทย ผมนึกถึงการเดินทางตามสายน้ำอันบริสุทธิ์ น่าจะคู่ควรกับการเดินทางไปมาหาสู่กันอย่างสันติ หาใช่การเดินทางเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

พระไตรกีโง จากหมู่บ้านพลัม ประเทศเวียดนาม กล่าวถึงการร่วมคณะธรรมยาตราครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีทั้งสงฆ์และฆราวาส ซึ่งแม่น้ำโขงมีความสำคัญกับประเทศเวียดนามมาก เพราะพัดพาแร่ธาตุและความอุดมสมบูรณ์มาให้เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญที่สุดในเวียดนาม หากมีการพัฒนาใดๆ เช่น การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง ก็จะกระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้านตลอดลำน้ำโขงไปจนถึงปากแม่น้ำ การช่วยกันปกป้องแม่น้ำโขงนั้น หลายประเทศต้องร่วมมือกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาโดยเคารพสิ่งแวดล้อม

“เราอยากฝากให้คนในภูมิภาคร่วมกันหยุดกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่ทำร้ายแม่น้ำโขง เราต้องเผยแพร่เรื่องนี้ด้วยความรักและสันติ และหวังว่าทุกคนจะเข้าใจความสำคัญของแม่น้ำโขงในที่สุด” พระไตรกีโง กล่าว

ขณะที่พระสงฆ์รูปหนึ่งที่เดินทางมาจากแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว กล่าวว่า การเดินธรรมยาตราครั้งนี้ หวังว่าจะกระตุ้นจิตสำนึกและความหลับใหลให้ตื่นขึ้นมา ซึ่งการเดินครั้งนี้ถือว่าสร้างความสามัคคีโดยเฉพาะในหมู่คณะสงฆ์ของทั้งสามประเทศ นอกจากนี้ยังทำให้เยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจว่าขณะนี้แม่น้ำโขงกำลังถูกกระทำอย่างไร

“มีอยู่มื้อหนึ่งที่ขบวนธรรมยาตราผ่านคนงานที่กำลังก่อสร้างอยู่ พวกเขาหยุดทันทีที่เห็นขบวน เราจึงหวังว่าผู้ที่กำลังสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงก็ควรหยุดเมื่อเห็นขบวนธรรมยาตราผ่าน”

เลียบเลาะฝั่งน้ำของ ธรรมชาติสอนให้รู้ธรรม

ด้านพระจักษ์ ธมฺมปทีโป หรืออดีตหลวงพ่อประจักษ์ พระนักอนุรักษ์ชื่อดัง กล่าวว่า การพัฒนาต้องเริ่มต้นที่จิตสำนึกของคนก่อน โดยต้องฝึกให้จิตใจสูงกว่าศีล 5 เพื่อที่จะได้ไม่โลภและเห็นแก่ตัว ซึ่งหลักการนี้ก็สามารถนำมาใช้กับแม่น้ำโขงได้เช่นเดียวกัน เพราะทุกวันนี้เราต้องเอาน้ำใส่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะคนเราต้องไม่ลืมเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ หรือธาตุทั้ง 4 ซึ่งปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ยังเป็นปัญหาทุกวันนี้ก็เพราะคนเราลืมธาตุทั้ง 4 ดังนั้นจึงไม่ควรไปโทษใคร นอกจากโทษตัวเอง

บทภาวนายังดังก้องในใจ “การเดินทางไกลด้วยสองเท้า แม้จะพบกับความเหน็ดเหนื่อยทุกข์ทรมานร่างกาย แต่เรากลับมีโอกาสได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้สัมผัสดอกไม้ใบหญ้าสองข้างทาง ต่างจากการเดินทางโดยรถยนต์ เราเห็นความงามผ่านไปอย่างรวดเร็ว การทำให้ชีวิตเดินช้าลง โลกคงเปลี่ยนแปลงช้าลง”

ถ้อยคำช่วยขับเน้นให้แววตาของแม่เฒ่าซึ่งจูงมือหลานวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าความร้อนมาจากไร่ข้าวโพดข้างทาง เพื่อนำมะละกอกับกล้วยมาถวายพระสงฆ์ พร้อมส่งรอยยิ้มโบกมือให้กับคณะที่เดินตามมาข้างหลัง จากเชียงแสนเหนือสุดยอดในสยาม คณะธรรมยาตรามุ่งหน้าต่อไปจนถึงจุดหมายที่แก่งผาได อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จุดสุดท้ายของแม่น้ำโขงที่เลียบเลาะชายแดนไทยก่อนจะไหลเข้าไปยังประเทศลาว

ความฉ่ำเย็นของมหานที การภาวนาให้ผู้คนสองฝั่งรักสามัคคีและปกปักรักษาธรรมชาติ คงบรรเทาความรุ่มร้อนของการลุงทุนภายใต้คำอ้างว่าการพัฒนา ซึ่งอาจส่งผลให้วิถีชีวิตผู้คนริมสองฝั่งแม่ของแปรเปลี่ยนไป

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69