posttoday
พท.ทิ้งเพื่อนร่วมรบ

พท.ทิ้งเพื่อนร่วมรบ

18 กุมภาพันธ์ 2555

"ผมอยากเรียกร้องไปถึงพรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช. ให้ช่วยนักโทษที่ยังไม่ได้สิทธิประกันตัวเป็นเรื่องหลักในการเคลื่อนไหวเพราะขบวนการเคลื่อนไหวทั่วโลกไม่มีขบวนการใดที่ทิ้งผู้ที่ร่วมต่อสู้ไว้ในคุก"

"ผมอยากเรียกร้องไปถึงพรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช. ให้ช่วยนักโทษที่ยังไม่ได้สิทธิประกันตัวเป็นเรื่องหลักในการเคลื่อนไหวเพราะขบวนการเคลื่อนไหวทั่วโลกไม่มีขบวนการใดที่ทิ้งผู้ที่ร่วมต่อสู้ไว้ในคุก"

โดย..นิติพันธุ์ สุขอรุณ
         
การจับกุม สมยศ พฤกษาเกษมสุขแกนนำคนเสื้อแดง กลุ่ม 24 มิถุนาเพื่อประชาธิปไตย ในคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา เกิดขึ้นหลังจัดการแถลงข่าวรณรงค์ให้มีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยให้ประชาชนเข้าชื่อ2 หมื่นรายชื่อเพื่อยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2554 จนถูกตำรวจรวบตัวเมื่อวันที่30 เม.ย. 2554 ขณะเดินทางไปกัมพูชาที่ด่านพรมแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนวันนี้ผ่านมา 10 เดือนที่ สมยศ ยังคงถูกคุมขังในเรือนจำจังหวัดสงขลา ซึ่งก่อนหน้านี้ สมยศ ถูกนำตัวไปสืบพยานในหลายจังหวัด และโดนฝากขังตามเรือนจำจังหวัดต่างๆแม้ว่าทนายความยื่นคำขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลอาญามาไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง แต่ศาลก็ไม่อนุญาต
         
คดีนี้ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาสืบพยานโจทก์และต้องรอลุ้นอีกครั้งในวันที่ 18 ก.พ.นี้หลังจากทนายความได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลปล่อยตัวล่าสุดโดยอาศัยกระแสในช่วงที่ทายาทของ สมยศ ปณิธาน พฤกษาเกษมสุขหรือ "ไท"วัยเพียง20 ปี ได้อดอาหารประท้วงหน้าศาลอาญา 112 ชั่วโมง เพื่อเรียกร้องให้สังคมหันมาสนใจต่อ"จำเลยในคดีมาตรา 112"ที่พ่อเขาถูกทอดทิ้งทั้งแนวร่วมจากพรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช.   

พท.ทิ้งเพื่อนร่วมรบ

เป้าหมาย 4 วันที่ ไท ขอเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้ผู้เป็นพ่อ เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 11 ก.พ. ไปสิ้นสุดของเช้าวันที่ 16 ก.พ. ซึ่งวันนี้ได้เสร็จสิ้นภารกิจที่ตั้งใจแล้ว โดยอาหารมื้อแรกที่ตกถึงท้องคือโจ๊กคัพ ก่อนจะเดินขึ้นศาลพร้อมทนายยื่นคำร้องอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราวให้แก่พ่อ
         
โพสต์ทูเดย์สัมภาษณ์ "ไท" ขณะอดอาหารประท้วงในวันที่สาม ที่เต็นท์บนฟุตปาทริมกำแพงด้านหน้าศาลอาญา ท่ามกลางรถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่ตามถนนรัชดาภิเษก
         
ไท เล่าให้ฟังว่า เขาใช้เวลาในการไตร่ตรองถึงเหตุผลก่อนตัดสินใจมาอดอาหารครั้งนี้ตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา โดยมุ่งให้สังคมหันมาสนใจนักโทษที่ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี และไม่มีสิทธิประกันตัว เพราะถ้าหากบทสรุปของคดีออกมาว่าไม่ผิด ก็เท่ากับถูกลิดรอนเสรีภาพไปโดยปริยาย
         
"ถ้าไม่ให้ประกันก็ต้องมีเหตุผลเพียงพอว่าทำไมถึงไม่ให้ และต้องดูว่าพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหามีแนวโน้มจะหลบหนีหรือไม่ แต่กรณีนี้มองว่าการไม่ให้ประกันยังไม่มีเหตุผลเพียงพอซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างเลวร้ายมากเพราะคุณพ่อถูกจำคุกมา 10 เดือนแล้ว ยังไม่มีการพิพากษาคดียังอยู่ที่ศาลชั้นต้น และไม่มีแนวโน้มจะเสร็จเมื่อใดเพราะตอนนี้ยังสืบพยานปากที่ 8-9 จากทั้งหมด 50 ปาก คิดดูว่าเรื่องนี้ยังไงก็พิจารณาไม่เสร็จในปี 2555 นี้ ถ้าจะจบจริงๆ คิดว่า 6-7 ปีเป็นอย่างน้อย สุดท้ายถ้าศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด ก็ติดคุกฟรี" ไท กล่าวถึงคดีของพ่อ
         
ไท เล่าว่า นับแต่พ่อถูกคุมขัง แทบไม่มี สส.พรรคเพื่อไทยมาเยี่ยมเยียน ทั้งที่พรรคเพื่อไทยควรช่วยคนที่ร่วมต่อสู้มาด้วยกัน จึงรู้สึกผิดหวังแม้ว่า สุนัย จุลพงศธรสส.พรรคเพื่อไทยเพิ่งเดินทางมาพูดคุยให้กำลังใจกับเขา แต่ก็มาในนามส่วนตัว ไม่ใช่ในนามพรรค
         
"บทบาทของพรรคเพื่อไทยสนใจแต่การรักษาอำนาจมากกว่า ถ้าคิดแต่รักษาอำนาจอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีวันจบ จะมาบอกว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยช่วย มันก็ไม่ใช่ เพราะความอยุติธรรมเกิดขึ้นแล้ว และไม่มีทางแก้ไขสิ่งที่ผ่านมาในอดีต"
         
ส่วน นพ.เหวง โตจิราการสส.คนเสื้อแดงพรรคเพื่อไทยและ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เดินทางเยี่ยมเขา ก่อนที่เราจะสัมภาษณ์ ไท บอกว่า ทั้งคู่ไม่ได้แนะนำว่าจะช่วยอะไรกับคดีของพ่อ เพียงแต่เห็นว่าควรยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ให้ช่วยเหลืออีกทาง พร้อมกับให้เบอร์โทรศัพท์ของ คารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. ไว้เผื่อปรึกษาเรื่องคดี
         
"ผมอยากเรียกร้องไปถึงพรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช. ให้ช่วยนักโทษที่ยังไม่ได้สิทธิประกันตัวเป็นเรื่องหลักในการเคลื่อนไหวเพราะขบวนการเคลื่อนไหวทั่วโลกไม่มีขบวนการใดที่ทิ้งผู้ที่ร่วมต่อสู้ไว้ในคุก"

         
กระแสขับเคลื่อนให้แก้มาตรา112 ของกลุ่มนิติราษฎร์ ที่มองเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง นำไปสู่การฟ้องร้องฝ่ายตรงข้ามด้วยข้อหาหมิ่นสถาบัน แม้ว่าขณะนี้จะเริ่มเงียบลงเพราะไม่มีใครเอาด้วย สำหรับ ไท มองว่ามาตรา 112 มีผลกระทบต่อครอบครัวเขาโดยตรงเพราะบิดาเป็นหัวแรงให้แก้มาตรานี้จนตกเป็นจำเลยติดคุกอยู่ แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนิติราษฎร์ไปทุกข้อ เช่น ให้มีองค์กรผู้มีหน้าที่ยกร่างและจัดทำรัฐธรรมนูญในชื่อว่า"คณะจัดทำรัฐธรรมนูญนิติรัฐและประชาธิปไตย"จำนวน 25 คน โดยแบ่งตามอัตราส่วนของ สส.ของแต่ละพรรค และการได้มาของ ผู้พิพากษาศาลสูงและตุลาการศาลสูงที่ต้องได้รับการเสนอชื่อโดยคณะรัฐมนตรี เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่ไม่เป็นกลาง
         
"สิ่งที่กลุ่มนิติราษฎร์ทำก็คือการแก้ไขกฎหมาย ผมไม่ได้สนใจเรื่องการแก้กฎหมายผมสนเรื่องความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นจากการใช้มาตรา 112 มากกว่า ก็คือการไม่ให้ประกันตัว การฟ้องร้องคดีอย่างกว้างขวาง สิ่งนี้เป็นจุดที่ต้องแก้ไขในสังคม แนวทางของกลุ่มนิติราษฎร์เน้นหนักไปทางวิชาการมากเกินไปทำให้ไม่สามารถตอบสังคมได้ว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้กลับร้อนแรงเกินกว่าจะตอบสังคมได้"
         
ภาวะกดดันที่เกิดขึ้นจากคดีมาตรา 112 ที่พ่อเขาต้องทรมานจิตใจอยู่ในเรือนจำ มีผลกระทบต่อ ไท อย่างมาก เขาตั้งคำถามกลับถึงกลุ่มรักเจ้าต่างๆ ว่า "ความจงรักภักดี" มีรูปแบบอย่างไร ใครเป็นคนกำหนด ส่วนตัวเห็นว่าผู้ที่วิจารณ์สถาบันต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ใช่ใช้เสรีภาพโดยไร้ทิศทาง

พท.ทิ้งเพื่อนร่วมรบ

"เรื่องมาตรา112 สำหรับผมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะคิดว่าไกลตัว จึงอยากให้รับทราบไว้ว่า แม้จะไกลตัวคุณ แต่ก็เป็นมาตราที่ให้ความไม่เป็นธรรมกับหลายๆ คน เหมือนคุณเห็นคนนอนเจ็บอยู่ข้างถนน แล้วคุณไม่ได้เป็นคนทำ สุดท้ายคุณเลือกที่จะเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ สังคมไทยควรเป็นสังคมที่เมตตาและให้ความเป็นธรรมมากกว่านี้"
         
กระนั้นมุมมองของ ไท ถึงแนวทางการเคลื่อนไหวของพ่อกลับเห็นต่างกันคนละทิศโดยสิ้นเชิง
        
 "ผมเดินคนละทางกับพ่อแน่นอน ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพ่อ 100% เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อช่วยประชาชนมีอีกหลายมิติ เช่น การช่วยชาวเกษตรกรการช่วยสังคมในด้านอื่นๆผมจะทดลองวิธีที่แตกต่างในแบบของผม ถึงกระนั้นผมก็เคารพในสิ่งที่ท่านทำ แม้จะไม่เห็นด้วย แต่การเคลื่อนไหวของพ่อก็อยู่บนหลักสันติวิธีทุกครั้งที่ผ่านมาคุณพ่อก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแนวทางของท่านไม่เคยใช้ความรุนแรงและไม่เอาด้วยอย่างเด็ดขาด" ไท กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น.

ยึด'คานธี'แบบอย่างประท้วง
         
ความตั้งใจของคนคนหนึ่งย่อมต้องใช้แรงบันดาลใจช่วยผลักดันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ "ไท"บอกว่า ในอนาคตอยากเป็นอัยการ มากกว่าเดินตามแนวทางการเคลื่อนไหวของพ่อเพราะทำให้ชีวิตพ่อต้องวุ่นวายเกินไป และผลจากการเมืองทำให้ ไทต้องออกมาเรียกร้องเช่นนี้
         
แม้ตลอดมาเขากับพ่อจะไม่ค่อยได้สนทนากันถึงเรื่องการเมืองมากเท่าใดอาจเป็นเพราะพ่อต้องการให้เขาเรียนรู้เอาเองโดยไม่มีตรรกะใดๆ มาครอบเงา ทว่าเขาได้ศึกษาแบบอย่างการประท้วงจาก มาร์ตินลูเทอร์ คิง จูเนียร์นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนผู้นำขบวนการเรียกร้องสิทธิเสมอภาคของคนผิวดำ มีจุดเด่นที่การปราศรัยชักนำความคิดของสังคมได้มาก
         
กระนั้น "ลูเทอร์ คิง" ก็ยึดตามหลักแนวทางของ มหาตมะ คานธีที่ใช้ความนุ่มนวลและเป็นผู้ริเริ่มการอดอาหารประท้วง ทั้งสองเป็นบุคคลที่เขาเรียนรู้วิธีการเรียกร้องโดยไม่ทำให้ใครได้ความเดือดร้อน
         
"แนวทางการประท้วงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่สภาพสังคมของแต่ละที่ วิธีของ คานธี อาจจะใช้ไม่ได้ผลในประเทศไทย จึงต้องดูแก่นและเป้าหมายในการเรียกร้องความเป็นธรรม แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับหลักสันติวิธี ผมมองว่าการอดอาหารประท้วงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการต่อสู้กับอำนาจรัฐมาก ต้องยอมรับว่าอำนาจรัฐเข้ามาครอบคลุมทั้งชีวิตของประชาชน เช่นความปลอดภัย ตั้งแต่เกิดจนตาย ฉะนั้นการจับอาวุธขึ้นสู้ต่อต้านรัฐบาล มีแต่เสียกับเสียและไม่มีพลัง"
         
ก่อนการสนทนาจะสิ้นสุด ไท ยอมรับข่าวที่ว่า พ่อเครียดจัด คิดฆ่าตัวตายระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ แต่สุดท้ายพ่อได้เปลี่ยนความคิดเพราะความตายไม่ได้มีประโยชน์อะไร และยังได้เขียนกวีระหว่างการพิจารณาคดีมาให้มีเนื้อความบางส่วนเขียนว่า

 "เธอคือดอกไม้งามเปี่ยมความหวัง เธอคือพลังสร้างสรรค์สังคมใหม่ เธอคือมณีแก้วแพรวสดใส เธอคือไทมรรคาที่ปรากฏ"

ชีวิตใน112ชั่วโมง

เด็กหนุ่มวัย 20 ปี รูปร่างผอม สูง ผู้นี้กำลังศึกษาอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 2 พกเอาความตั้งใจและร่างกายมาทำภารกิจอดอาหารประท้วง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ร้อนเปรี้ยง จะหาร่มเงาได้เพียงแต่เต็นท์พักอาศัยหลังเล็กๆ สิ่งเดียวที่ประทังชีวิตให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน คือ น้ำเปล่า และน้ำเกลือแร่ ที่มีผู้มาบริจาคให้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดง
        
ระหว่างการสนทนามีเหล่าคนเสื้อแดงมาเยี่ยมเยียนทักทายไม่ขาดสาย พร้อมกับนำดอกกุหลาบสีแดงมามอบให้ เนื่องจากตรงกับวันวาเลนไทน์ทำให้รอบที่นอนแน่นไปด้วยช่อดอกไม้แทรกอยู่ใกล้ๆ กับกระเป๋าเสื้อผ้า
         
แต่ก่อนหน้านี้มีนักวิชาการมาให้กำลังใจหลากหลาย เช่น โคทม อารียา นักวิชาการด้านสันติวิธี ส.ศิวรักษ์ นักคิด นักเขียน พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงภรรยาและหลานของ "อากง" ผู้ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี คดีมาตรา 112    

พท.ทิ้งเพื่อนร่วมรบ

ปณิธาน พฤกษาเกษมสุขยอมรับว่า 3 วันของการอดอาหารทำให้ร่างกายอ่อนเพลียยิ่งถ้าช่วงเวลาบ่ายโมงของวันจะยิ่งเพลียมากจากความร้อนของแสงอาทิตย์ แต่จะเริ่มมีแรงกลับมาบ้างในช่วงกลางคืน แต่ใจยังไหวอยู่"คนที่มาเยี่ยมส่วนใหญ่เป็นพวกที่เคยเคลื่อนไหวกับพ่อมาตลอดอีกส่วนเป็นเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่ชื่นชอบกิจกรรมประเภทนี้ก็สนับสนุนและออกมาช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น เต็นท์ ที่พักอาศัย น้ำดื่มรวมถึงคนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยด้วย"
         
ทั้งนี้ ปรัชญาที่ ไท ยึดมั่นมาเสมอคือ "คนที่ไม่เคยทำอะไรมักไม่มีเรื่องผิดแค่คนที่ลงมือทำจะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง" นั่นคือปรัชญาที่อาจารย์ท่านหนึ่งได้บอกกับเขาในสมัยยังเรียนชั้นมัธยม
         
จากนี้ ปณิธาน ตั้งใจว่าจะพักผ่อนรวบรวมกำลังเพื่อเริ่มทำกิจกรรมที่รับผิดชอบอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนจะเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ เพราะไม่ต้องการหยุดเรียน และต้องจบให้ได้ใน 4 ปี ขณะนี้ผลการเรียนของเขาได้ 84% ยังต้องฝ่าฟันต่อไปอีกถ้าเสร็จสิ้นหมดทุกอย่างแล้วก็จะกลับมาคิดอีกครั้งว่าจะช่วยพ่ออย่างไรต่อไป
         
อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า การเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิเสรีภาพจะยังมีควบคู่ไปพร้อมกับการเรียนในรั้วของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์ของการเรียกร้องประชาธิปไตย.

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท