
ผลิตภัณฑ์ดอยตุงรับฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์
ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมร่วมกับ ศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์
ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมร่วมกับ ศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์
โดย..คูลคิด
ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมร่วมกับ ศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานในพิธีมอบฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับคำรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้กับ 4 ผลิตภัณฑ์ของโครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากราชดำริ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา รองเลขาธิการและกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องรับรองมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากโครงการพัฒนาดอยตุง ที่ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ในครั้งนี้ คือ กาแฟคั่วบดอราบิกา 100% บรรจุถุง (สูตรคลาสสิก โรสต์) ตราดอยตุง แมกคาเดเมียนัตอบปรุงรสบรรจุถุง (รสเกลือ) ตราดอยตุง แก้วเซรามิกส์ลายหน้าชาวเขา และกระดาษสาไทย (ไม่ฟอก)
การมอบฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ครั้งนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการส่งเสริมใช้ฉลากคาร์บอนสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดทำขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางการผลิตของผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับคำรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ให้ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสะอาดที่เหมาะสมในกระบวนการผลิตเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการสนับสนุนการผลิตของผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดทำแนวทางการผลิตของผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้รับฉลากคาร์บอน เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการส่งออกสินค้าให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงนับหมื่นล้านบาท รวมทั้งมีมูลค่าหมุนเวียนภายในประเทศนับแสนล้านบาท ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์นี้ จะเป็นการรับรองผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนว่ามีการปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อลดการใช้พลังงาน ลดการเกิดของเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีระบบและครบวงจร
ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ เป็นเครื่องหมายที่ติดบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การแปรรูปวัตถุดิบ
กระบวนการผลิต การกระจายสินค้าการจำหน่าย การใช้งาน และการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน ซึ่งคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วม ในการบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการเลือกสินค้าที่มีคาร์บอนต่ำ เป็นการส่งเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปสู่การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
สำหรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน “ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์” จะต้องประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยใช้หลักการประเมินตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment หรือ LCA) ซึ่งจะพิจารณาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากวัตถุดิบและพลังงานทุกประเภทที่ใช้ ตลอดจนของเสียที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง กระบวนการผลิต การบริโภค และการจัดการซาก โดยใช้ข้อมูลในรอบ 12 เดือนล่าสุดเป็นข้อมูลพื้นฐานในการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สินค้าที่ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์จะต้องผ่านการประเมิน และทวนสอบโดยมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกให้ความเห็นชอบ ซึ่งที่ผ่านมาฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ ส่วนใหญ่จะดำเนินการกับโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งรับภาระค่าใช้จ่ายสูงได้ ครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้รับการยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อส่งออกและเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค
นอกจากผลิตภัณฑ์ชุมชนจากโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ จ.เชียงราย แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนอีก 5 รายการที่ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์เช่นกัน ได้แก่ ผ้าไหมคลุมไหล่ย้อมสีธรรมชาติ ศูนย์พัฒนาภูมิปัญญาอาชีพปักธงชัย จ.นครราชสีมา ผ้าไหมลายขัดพื้นฐานสีครีมอ่อน กลุ่มผู้ประกอบการผ้าไหมและเขียนผ้าบาติก จ.นครราชสีมา หมูยอใบตอง ตราแสงทอง จ.นครราชสีมา น้ำองุ่นเข้มข้น 100% ตราพรหมชนวินหยาด จ.นครราชสีมา และขนมเปี๊ยะ ตราทัชชา จ.นครราชสีมา &<2288;







