
ปปง.ชี้ไทยโดนแบล็กลิสต์กระทบธุรกรรมการเงินตปท.
เลขาฯปปง.ชี้ผลกระทบFATF ขึ้นบัญชีดำไทยเป็นประเทศเฝ้าระวังฟอกเงิน ชี้จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ
เลขาฯปปง.ชี้ผลกระทบFATF ขึ้นบัญชีดำไทยเป็นประเทศเฝ้าระวังฟอกเงิน ชี้จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ
พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือกับคณะผู้แทนจากกลุ่มความร่วมมือต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิก (The Asia Pacific Group on Money Laundering – APG) และผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( International Monetary Fund - IMF) ว่า ระหว่างวันที่ 13-20 กพ.นี้ ตนจะเดินทางร่วมประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน (Financial Action Task Force on Money Laundering – FATF) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีแนวโน้มว่าไทยจะถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศเฝ้าระวังจากการฟอกเงิน โดยผลดังกล่าวสืบเนื่องจากการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 20 ประเทศ (G-20) ณ กรุงวอชิงตัน กรุงลอนดอน และนครพิตส์เบิร์ก เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งที่ประชุมได้ออก ข้อเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เพิ่มมาตรการบรรษัทภิบาลของภาคการเงิน รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism - AML/CFT) โดยได้มีการมอบหมายให้คณะทำงานเฉพาะกิจฯ และ International Cooperation Review Group – ICRG ทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการก่อการร้าย
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ผลการประเมินในปี 2552 ระบุว่า ประเทศไทยมีข้อบกพร่องด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้พยายามแก้ไขข้อบกพร่องตามผลการประเมิน ต่อมาในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 ประธาน FATF ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสรุปว่า ประเทศไทยยังคงมีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) บางประการ และขอให้ประเทศไทยดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่อง 3 เรื่อง คือ เรื่องแก้ไขกฎหมายกำหนดให้การสนับสนุนทางเงินแก่การการก่อการร้ายเป็นความผิดอาญาอย่างครบถ้วน เรื่องดำเนินมาตรการในการตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินของผู้ก่อการร้าย และเรื่องการปรับปรุงการกำกับดูแลสถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆเกี่ยวกับด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ให้มีประสิทธิภาพ
“เราได้ดำเนินการร่างยกร่างพ.ร.บ.ต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายมาตลอด แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมและความขัดแย้งทางการเมือง จึงทำให้การผลักดันกฎหมายดังกล่าวทำได้เพียงการยกร่างเท่านั้น “รักษาการฯเลขาธิการสำนักงานปปง.กล่าว
พ.ต.อ.สีหนาท ยังกล่าวถึงผลกระทบหากประเทศไทยจะถูกปรับลดไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องถูกเฝ้าระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินว่า จะส่งผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะ ต่อสถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ตนคงไปชี้แจงข้อจำกัดให้ FATF รับทราบ ซึ่งได้แต่หวังว่าเขาจะเข้าใจ เพราะหากเราถูกขึ้นบัญชีดำก็จะมีผลต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายมากต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุน
ทั้งนี้การที่ประเทศไทยถูกกดดันให้มีกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้ เนื่องจากประเทศไทย เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ จึงผูกพันตามข้อ 7 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ที่จะต้องปฏิบัติตามมติคณะมนตรีความมั่นคงฯ และ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะออกมาตรการและดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายในเรื่องนี้อย่างเข้มงวด แนวทางการแก้ไข ที่จะสามารถพ้นจากการถูกปรับลดไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังในการทำธุรกรรมทางการเงิน คือ การเร่งผลักดันให้รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายอย่างเร่งด่วน







