
ระส่ำประกันทิ้ง
โรงงานอลเวงยักษ์นอกพลิกเงื่อนไขใหม่ลดสินไหมวูบท่วมไม่ถึง30วันไม่จ่าย
โรงงานอลเวงยักษ์นอกพลิกเงื่อนไขใหม่ลดสินไหมวูบท่วมไม่ถึง30วันไม่จ่าย
ประกันนอกแผลงฤทธิ์ เพิ่มเงื่อนไขคุ้มครองน้ำท่วมเพียบ ท่วมไม่ถึง 30 วันไม่จ่าย ผู้ประกอบการหน้ามืด ธุรกิจประกันไทยเสี่ยงเจ๊ง
ธุรกิจการค้าทั่วไป รวมทั้งธุรกิจประกันภัยไทยตกอยู่ในสภาพสุ่มเสี่ยง เพราะบริษัทประกันต่างประเทศเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกันภัยในไทยแล้วโดยสิ้นเชิง
นายเลิศชาย ประภาศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด บริษัท อาคเนย์ประกันภัย กล่าวในระหว่างชี้แจงกับตัวแทนบริษัทนายหน้าประกันต่างๆ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่า บริษัทประกันต่างประเทศได้เปลี่ยนเงื่อนไขการรับประกันต่อจากบริษัทประกันในไทยสำคัญๆ หลายประการ อาทิ ต่อไปนี้จะจ่ายสินไหมทดแทนต่อเมื่อน้ำท่วมนาน 30 วัน หรือ 720 วันเท่านั้น จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 7 วัน
นอกจากนี้ ยังเพิ่มเงื่อนไขให้บริษัทประกันไทยจะต้องร่วมจ่ายสินไหมทดแทนตามระดับความเสียหายด้วย เช่น ถ้าเสียหายตั้งแต่60-90% บริษัทประกันไทยจะต้องร่วมรับผิดชอบ 22% เสียหายตั้งแต่ 90-110% ประกันไทยต้องจ่าย 50% ถ้าเสียหาย 110-140% ประกันไทยต้องจ่าย 65%
“ที่สำคัญได้ปรับลดความคุ้มครองลงตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า เช่น ลดความคุ้มครองลูกค้าระดับเอ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยและสถาบันการศึกษา จากสูงสุดที่ 1,350 ล้านบาท เหลือ 1,080 ล้านบาท หรือลดลง 270 ล้านบาทลูกค้าระดับบี คือ กลุ่มร้านค้าทั่วไปและลูกค้าระดับซี คือ โรงงานอุตสาหกรรมและห้างสรรพสินค้า ลดความคุ้มครองลงจากเดิม 700 ล้านบาทต่อราย จะลดลงเหลือ 500 ล้านบาท หรือลดลง 200 ล้านบาท” นายเลิศชาย ระบุ
บริษัทประกันภัยต่อยังเพิ่มเงื่อนไขใหม่ด้วยว่า หากทำประกันภัยไว้กับ 6 บริษัทขึ้นไป จะลดวงเงินความคุ้มครองลง 40% และบริษัทประกันไทยต้องรับความเสียหายส่วนแรก 5% ด้วย
เช่น ถ้าลูกค้าซื้อประกันความคุ้มครองน้ำท่วมไว้ 1,000 ล้านบาท ประกันไทยต้องจ่ายค่าสินไหมก่อน 50 ล้านบาท และบริษัทที่จะรับลูกค้ารายนี้ได้จะต้องมีเงินกองทุนของตนเองไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
“ผลจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จะทำให้บริษัทประกันภัยไทยจะต้องจ่ายสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมมากขึ้น ฉะนั้นหากเก็บเบี้ยประกันภัยต่ำเกินไปจะทำให้มีเงินไม่พอจ่ายลูกค้า ลูกค้าเองมีโอกาสจะได้รับค่าชดเชยช้า หรือไม่สามารถหาบริษัทประกันภัยมาคุ้มครองทรัพย์สินได้
“ถึงจะมีกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท แต่จำกัดความคุ้มครองไว้เช่น รายใหญ่ไม่เกิน 200 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับลูกค้าที่มีสินทรัพย์เป็นพันเป็นหมื่นล้าน” นายเลิศชาย กล่าว
วันเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศการให้ความช่วยเหลือทางการเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในปี 2554 วงเงิน 3 แสนล้านบาท ว่า ธปท.จะคิดดอกเบี้ยกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการในอัตรา 0.01% และให้ธนาคารคิดดอกเบี้ยกับผู้ขอกู้ไม่เกิน 3% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี คาดว่าธนาคารต่างๆ จะเริ่มปล่อยกู้ได้ในต้นเดือน มี.ค.นี้ หลังกระทรวงมหาดไทยประกาศเขตพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว







