
ร่อนตะแกรงการเมือง
ครม.ไฟเขียวอัดงบพีอาร์พุ่ง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 51.1 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอ
สำหรับวงเงินงบดังกล่าวแบ่งเป็น 1.โครงการบริการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ด้านนโยบายและการทำงานของรัฐบาลผ่านเว็บไซต์ 8.6 ล้านบาท 2.โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐในการสร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศ 2.5 ล้านบาท 3.โครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ยของประเทศไทย 40 ล้านบาท
ขณะเดียวกันสำนักนายกรัฐมนตรียังได้รายงานให้ ครม. ทราบถึงการใช้จ่ายงบประมาณปี 2552 เพื่อดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยเช่นเดียวกัน โดยใช้เงินงบประมาณที่ได้รับโอนมาจากกระทรวงการต่างประเทศ 175 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ 1.การจัดทำซีดีประมวลเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2552 และที่เกี่ยวข้อง 5 ล้านบาท 2.การจัดจ้างทำโครงการฉันรักประเทศไทย 24.1 ล้านบาท 3.การจัดประชุมแซ็กโซโฟนโลก 5 ล้านบาท 4.การจัดจ้างทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์และป้ายโฆษณา 35.59 ล้านบาท 5.การจัดจ้างทำโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านสื่อในต่างประเทศ 69.5 ล้านบาท 6.การจัดจ้างทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์และป้ายโฆษณา 12.8 ล้านบาท และ 7.การจัดจ้างทำโครงการไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง 13.7 ล้านบาท
มติเอกฉันท์นายกฯ เงาต้องคนในเพื่อไทย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ที่ประชุมพรรคมีมติว่ารายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแนบไปในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ต้องเป็นคนในพรรคเพื่อไทยเท่านั้น โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคไปหารือและเสนอชื่อให้ที่ประชุมพรรคพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย และขณะนี้รอเพียงวันและเวลาที่จะยื่นญัตติเท่านั้น







