
ยุทธศักดิ์ยันบึ้ม3จุดไม่ใช่ก่อการร้าย
ยุทธศักดิ์ ยันบึ้ม14 กพ.ไม่ใช่ก่อการร้าย ชี้ไม่เกี่ยวเฮซบอลเลาะห์ ด้านสุรพงษ์ รับสกรีนคนเข้าเมืองยาก เหตุไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ยุทธศักดิ์ ยันบึ้ม14 กพ.ไม่ใช่ก่อการร้าย ชี้ไม่เกี่ยวเฮซบอลเลาะห์ ด้านสุรพงษ์ รับสกรีนคนเข้าเมืองยาก เหตุไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากระทู้ถามสด เรื่อง ปัญหาการก่อการร้ายจากกรณีเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ของนายธนา ชีรวินิจ สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประเทศอิสราเอลได้แจ้งเตือนภัยก่อการร้ายในประเทศไทย ภายหลังปรากฎว่ามีการจับกุมตัวนายอาทริส ฮุสเซน ชาวสวีเดนเชื้อสายเลบานอน ผู้ต้องสงสัยกลุ่มก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์ จึงสงสัยว่าเหตุการณ์เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดโดยบุคคลสัญชาติอิหร่านหรือไม่ หรือเป็นขบวนการก่อการร้ายเหมือนกับนานาชาติได้กล่าวเตือน
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บุคคลสำคัญที่กำลังจะมาเยือนประเทศไทยต้องยกเลิกกำหนดการดังกล่าว และต่างประเทศไทยได้ดำเนินการประกาศเตือนภัยการก่อการร้ายในประเทศไทย ในทางกลับกันน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีหลังจากเหตุการณ์ด้วยการยืนยันความปลอดภัย ทำให้สงสัยคำยืนยันนี้จะเหมือนกับตอนเหตุการณ์น้ำท่วมว่าเอาอยู่หรือไม่" นายธนา กล่าว
นายธนา กล่าวว่า อยากสอบถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศเช่นกันว่าขณะนี้การเข้าประเทศไทยบางของบุคคลบางประเทศไม่ต้องทำวีซ่าหรือการตรวจสอบความถูกต้องทางบุคคล และสามารขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง และพำนักอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 15 วัน(visa on arrival) กลายเป็นความกังวลว่าจะแยกผู้ประสงค์ร้ายออกมาอย่างไรเพื่อไม่ให้ใช้ไทยเป็นฐานการก่อการร้าย และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้รัฐบาลถือว่ามีความสำคัญเพราะกระทบความมั่นคงและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการในเรื่องของการข่าวและการรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบคนเข้าเมือง และสถานการณ์ต่างๆโดยรอบกทม.อย่างเข้มข้น
"รัฐบาลได้มีการดำเนินการตั้งแต่สิ้นปี 2554 หลังจากมีการให้ข่าวของหน่วยงานต่างประเทศ แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้รัฐบาลไทยถือว่าเป็นการกระทำความผิดส่วนบุคคลและต้องใช้กฎหมายภายในประเทศเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ขณะเดียวกันเหตุที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ากระทำมุ่งต่อตัวบุคคลไม่ใช่การก่อการร้าย ในขั้นต้นได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวนขยายผลให้ได้ข้อเท็จจริงมากขึ้น และคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่ และไม่เกี่ยวข้องกับนายอาทริส ฮุสเซน หรือเชื่อมโยงเฮซบอลเลาะห์ เพราะเป็นคนละสัญชาติและวัตถุระเบิดก็เป็นคนละชนิด"พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองไม่ได้ทำหน้าที่หย่อนยานแต่อย่างใด เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่สามารถจับคนร้ายคนที่ 2 ได้ทันเวลาที่สนามบินสุวรรณภูมิ รวมไปถึงการประสานงานกับมาเลเซียจับกุมคนร้ายคนที่ 3 นอกจากนี้ ไม่งั้นคงตามจับคนที่ 2 ไม่ได้ รวมไปถึงการประสานกับมาเลย์ให้จับอีกคนได้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับต่างประเทศว่าไม่ได้เป็นการก่อการร้ายเพื่อให้ทุกประเทศได้เกิดความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังประเทศไทย
"ความขัดแย้งระหว่างชาติตะวันออกกลางและตะวันตกได้มากขึ้นทุกทีอย่างมีความเข้มข้น ทางสมช.และสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเราได้เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบและการข่าวมากขึ้นตามสถานการณ์ที่มีความเข้มข้นเพื่อลดภัยคุกคามที่จะเกิดในประเทศของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้" พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะทูตานุทูตและองค์กรระหว่างประเทศมาทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และวันนี้ถ้าดูจากคำประกาศเตือนภัยก่อการร้ายจะแตกต่างจากเมื่อครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งที่แล้วเป็นการเลี่ยงไม่ให้เข้าประเทศไทย แต่ล่าสุดการประกาศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาเพียงแค่ขอให้มีความระวังและสังเกตุสัมภาระต้องสงสัยในที่สาธารณะ พร้อมกับให้รายงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไทยทัน ไม่ใช่คำประกาศเตือนไม่ให้เข้าไทยแต่อย่างใด
"ประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวคงไปกีดกันไม่ให้คนมาท่องเที่ยวคงลำบาก แต่ได้กำชับไปแล้วว่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องมาประเทศไทยและขอวีซ่าเราจะตรวจละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก" นายสุรพงษ์ กล่าว
ต่อมาเป็นการตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง ความเชื่อมั่นของประเทศไทยต่อต่างประเทศกรณีคนร้ายปาระเบิดในพื้นที่กทม.ของ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย โดยขอให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในลักษณะใดถือว่าเป็นการก่อการร้าย
นายจิรายุ กล่าวว่า ได้มีการแบ่งคำว่าก่อการร้ายอย่างไรและเราเกิดปรปักษ์กับต่างประเทศอย่างไร จนถึงต้องมีการมาก่อวินาศกรรมหรือมาทำร้ายบุคคลอย่างไรเพราะตอนนี้ไทยก็ไม่ได้เป็นปรปักษ์กับต่างประเทศ ขณะที่ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีเหตุการณ์ยึดเครื่องบินที่สนามบินดอนเมืองและจับกุมนายวิคเตอร์ บู๊ท และเหตุการณ์ 11 มี.ค.2537 ได้จับกุมรถหกล้อบรรทุกแอมโมเนียไนเตรท อยากสอบถามกว่า 20 ปีที่ผ่านมาที่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นการก่อการร้ายหรือไม่
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การยึดและปิดสนามบินถือว่าเป็นการก่อการร้ายชัดเจน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที 14 ก.พ.ที่ผ่านมา หน่วยนงานความมั่นคงมองว่าเป็นการมุ่งลอบสังหารบุคคลมากกว่าการก่อวินาศกรรม และในมุมมองของฝ่ายความมั่นคงมีความเห็นว่าการก่อวินาศกรรมต้องกระทำโดยใช้ระเบิดขนาดใหญ่
"ในอดีตสมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายรัฐมนตรี มีผู้ก่อการร้ายและเอาตัวพล.อ.ชาติชายเป็นตัวประกันและขึ้นเครื่องบินไปส่งตัวผู้ก่อการร้ายเป็นเพียงกรณีเดียวที่เรียกว่าก่อการร้ายจากนั้นไม่มีเหตุการณ์อีกเลย ยืนยันสถานะของไทยในต่างประเทศเราวางตัวเป็นกลางมีมิตรประเทศไม่เป็นศัตรูกับใคร ดังนั้น ไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ เชื่อมั่นว่าไทยไม่ใช่เป้าหมายของการก่อการร้ายเหมือนในประเทศอื่น" นายสุรพงษ์ กล่าว







