
เร่งประสานมาเลเซียขอตัว"มาซุด"
ตำรวจเร่งประสานทางการมาเลเซียขอตัว "มาซุด" ผู้ต้องแก๊งอิหร่านกลับมาดำเนินคดี หลังถูกจับได้ที่มาเลย์
ตำรวจเร่งประสานทางการมาเลเซียขอตัว "มาซุด" ผู้ต้องแก๊งอิหร่านกลับมาดำเนินคดี หลังถูกจับได้ที่มาเลย์
พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร เปิดเผยภายหลังประชุมคดีระเบิดภายในซ.สุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด อธิบายการทำงานของระเบิดที่ตรวจพบต่อพนักงานสอบสวน รวมถึงตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจถึงส่วนประกอบและสามารถทำคดีได้ นอกจากนี้ มอบหมายให้พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น.ตามหาที่มาที่ไปของส่วนประกอบระเบิดที่ตรวจพบ อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจได้สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์แล้ว และคดีมีความคืบหน้าไปมาก
พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวอีกว่า ในส่วนนายมาซุด เซดากาห์ ซาเดห์ ผู้ต้องหาอีกรายที่ถูกทางการมาเลเซียกักตัวไว้ไม่ให้เข้าประเทศนั้น ตนได้ประสานไปยังทางการมาเลเซียแล้ว ซึ่งขณะนี้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นให้กับทางการมาเลเซียให้รีบส่งตัวมาดำเนินคดีที่ไทยให้เร็วที่สุด
“ส่วนผู้ต้องหาอีกรายซึ่งเป็นหญิงชาวอิหร่าน คือนางไลล่า โรซานี เบื้องต้นทราบว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้บก.สส.บช.น. บก.สส.สตม. และบก.ป.ร่วมสืบสวนติดตามจับกุม และให้สืบย้อนหลังไปอีกว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่” รองผบ.ตร. กล่าว
ด้านพ.ต.อ.มณฑล เงินวัฒนะ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าตำรวจสากลประจำประเทศไทย เปิดเผยขั้นตอนการรับตัวนายมาซุดว่า ตำรวจสากลได้รับข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จากนี้จะยื่นคำร้องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทำเรื่องต้องการตัวผู้ร้ายข้ามแดน หลังจากนี้สำนักงานอัยการสูงสุดจะส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงต่างประเทศเพื่อประสานไปยังทางการมาเลเซีย โดยเบื้องต้น มาเลเซียสามารถกักตัวนายนายมาซุด เซดากาห์ ซาเดห์ ได้ 14 วัน
“ทั้งนี้ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกัน แต่ไทยใช้สนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอังกฤษ ที่เคยปกครองมาเลเซียมาก่อน ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนนางไลล่า โรซานี ตำรวจสากลนำหมายจับของไทยยื่นเรื่องไปยังองค์กรตำรวจสากลให้ออกหมายแดงแล้ว เพื่อให้ติดตามจับกุมตัวร่วมกัน” พ.ต.อ.มณฑล กล่าว







