
ราคาสินค้าก.พ.เพิ่ม3.7%
โพสต์ทูเดย์
— เงินเฟ้อ ก.พ. 2553 สูงขึ้น 3.7% เป็นบวกต่อเนื่องเดือนที่ 5 ติดต่อกัน เหตุสินค้าเกษตร อาหาร และน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เดือน ก.พ. 2553 อยู่ที่ระดับ 106.88 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.7% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า หรือเดือน ม.ค. 2553 เพิ่ม 0.56% ซึ่งเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยเป็นผลมาจากการที่ราคาสินค้าเกษตรและอาหารยังมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 35.8% ขณะที่สินค้าในหมวดของใช้ทั่วไปค่อนข้างทรงตัว
สำหรับดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.39% เนื่องจากราคาอาหารส่วนใหญ่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ได้แก่ เนื้อสุกร 3.25% จาก 95130 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 95132 บาทต่อกิโลกรัม ผลจากอากาศร้อนทำให้สุกรโตช้า วัตถุดิบใช้เลี้ยงสัตว์ราคาสูงขึ้น ทำให้สุกรหน้าฟาร์มราคาเพิ่มเช่นกัน ขณะที่ผักผลไม้ราคาสูงขึ้น 7.05% เช่น กะหล่ำปลี ราคาขึ้นเป็น 4.7 บาทต่อกิโลกรัม แตงกวาเพิ่มขึ้น 5 บาทต่อกิโลกรัม คะน้าสูงขึ้น 1025 กิโลกรัม เป็นต้น ส่วนราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นฟองละ 1050 สตางค์ จากเดิมเฉลี่ยราคาฟองละ 2.334.80 บาท เป็น 2.404.90 บาท
ขณะที่ดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มมีค่าดัชนีสูงขึ้น 0.07% โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ประกอบกับเป็นราคาที่เกิดจากการเก็งกำไร ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แนวโน้มสูงขึ้นเพราะรัฐบาลเพิ่มภาษีสรรพสามิต
อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั้งปีน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 33.5% โดยในไตรมาสแรกน่าจะอยู่ที่ 3.7% ซึ่งปัจจัยบวกที่จะส่งผลต่อเงินเฟ้อ ประกอบด้วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวเร็วกว่าที่การณ์ไว้ การส่งออกขยายตัว ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น และแผนการเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งเป็นไปตามกำหนดที่ต้องไว้
นายยรรยง กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะพยายามดูแลเงินเฟ้อไม่ให้เกินเป้าที่ตั้ง หากต้นทุนสินค้าไม่ขึ้นอาจจะขอให้ตรึงราคาไปอีกถึงไตรมาส 2ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เพราะจะส่งผลต่อการใช้จ่ายภายในประเทศของผู้บริโภค และในบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหารเริ่มมีการขาดแคลนแรงงาน
“
กระทรวงพาณิชย์จะพยายามดูแลไม่ให้เงินเฟ้อเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ โดยจะขอความรวมมือกับภาคเอกชนให้ตรึงราคาสินค้าไว้ก่อนจนถึงเดือนมี.ค. แต่หากพบว่าต้นทุนยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก ก็จะขอความร่วมมือให้ตรึงราคาต่อไปอีกจนถึงไตรมาส 2” นายยรรยง กล่าวนายยรรยง กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ตั้งไว้ที่ 33.5% จะต้องมีปัจจัยที่ประกอบ คือ ราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับ 7080 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 31.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และรัฐบาลคงมาตรการค่าครองชีพบางมารตราการไว้







