
ซูเปอร์แม็กซ์
ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ใส่ใจมากนักเรื่องกรมราชทัณฑ์ของบประมาณ 3,500 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ใส่ใจมากนักเรื่องกรมราชทัณฑ์ของบประมาณ 3,500 ล้านบาท
โดย..อรุณ จิรชวาลา
เพื่อสร้างคุกขังนักโทษแบบซูปเปอร์แม็กซ์ จนกระทั่งมีข่าวตำรวจบุกค้นเรือนจำทั่วประเทศไม่เว้นแต่ละวันเพื่อจับยาเสพติด
หน่วยงานราชการที่เราหนีไม่พ้นจะต้องพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้มี 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. กับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมกันในการสร้างกระแสเรื่องค้นพบยาเสพติดในเรือนจำ กล่าวคือ สตช.หวังจะได้ผลงานในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นบทบาทที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ จำเป็นต้องแสดง เพราะรัฐบาลได้อ้างความเป็นมือปราบในการแต่งตั้งให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนคนเก่าที่ถูกย้ายออกไป
ส่วนกรมราชทัณฑ์ ก็หวังผลว่าการที่เรือนจำทั่วไปยังเป็นแหล่งค้ายาเสพติด จะเป็นเหตุผลที่ดีในการสนับสนุนให้มีการลงทุนสร้างคุกแบบซูปเปอร์แม็กซ์สำหรับคุมขังพ่อค้ายาโดยเฉพาะ
ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว
ผมขอให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของทั้งสองหน่วยงาน ดังนี้
หนึ่ง สตช. การออกมารณรงค์ปราบปรามยาเสพติดรอบนี้มีลักษณะของการสร้างภาพมากกว่าอย่างอื่น เพราะแม้ว่าจำนวนรายที่พบว่ามียาในครอบครองหรือมีฉี่เป็นสีม่วงจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เกือบทั้งหมดเป็นปลาซิวปลาสร้อย ไม่เห็นมีรายงานข่าวว่าจับขาใหญ่ได้แม้แต่รายเดียว
ลักษณะการบุกตรวจค้นก็เป็นแบบไฟไหม้ฟาง คือ ทำแบบนี้ได้ไม่กี่วันก็คงต้องเลิกไปเองโดยปริยาย เพราะแถลงให้รู้กันทั่ว จนไม่น่าจะเหลือนักโทษที่ตกข่าวและเผลอให้ถูกจับแบบคาหนังคาเขาอีกต่อไป
ถ้าจะเอาจริง น่าจะจัดการกับรายใหญ่ก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในคุกหรือนอกคุก เมื่อได้ตัวพร้อมของกลางหลายๆ ล้านเม็ดแล้วจึงค่อยประโคมข่าว
ในกรณีนี้มีหลายคนตั้งคำถามว่า ขาใหญ่ในคุกรู้ตัวล่วงหน้าหรือไม่ จึงรอดจากการถูกจับกุม นอกจากนั้นยังมีคำถามต่อเนื่องว่า หากรายใหญ่ไม่ถูกจับ ก็แสดงว่าปัญหายาเสพติดยังคงอยู่อย่างครบถ้วนใช่หรือไม่ เบื้องหลังการตรวจค้นไม่ใช่เรื่องยาเสพติดอย่างเดียว แต่มีวาระอื่นแอบแฝงใช่หรือไม่
สอง กรมราชทัณฑ์ แทนที่จะรู้สึกเสียหน้าที่ถูกล้วงคองูเห่า หรืออธิบดีจะเป็นกังวลว่าจะถูกย้ายฟ้าผ่า เพราะมีพ่อค้ายาเสพติดใช้สถานที่ราชการที่ตนดูแลเป็นศูนย์บัญชาการ กลับถือเป็นโอกาสเรียกร้องขอความเห็นใจว่า เรือนจำทั่วไปไม่เหมาะกับการคุมขังพ่อค้ายา ต้องของบสร้างซูปเปอร์แม็กซ์จึงจะแก้ปัญหาได้
ลองนึกภาพในทางกลับกันว่า ตำรวจท้องที่ไหนถูกถ่ายคลิปมาประจานว่ามีบ่อนกับซ่องเปิดบริการกันโจ๋งครึ่ม จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้กำกับการสถานีตำรวจแห่งนั้น รับรองว่ามีหวังถูกย้ายออกนอกพื้นที่ เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ส่วนที่ยังเหลือของ สตช.
แต่ในกรณีนี้กลับมีข้าราชการระดับสูงของกรมราชทัณฑ์เรียงหน้ากันออกมายอมรับว่ามีปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น นักโทษยาเสพติดมักมีฐานะการเงินดี สามารถมีคนรับใช้และคนเดินงานติดตามเข้ามาด้วย สามารถซื้อบริการพิเศษ ซื้อความร่วมมือและความเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ของผู้คุม มีการยอมรับว่า หากผู้คุมทำงานเต็มร้อย ไม่ว่านักโทษประเภทไหนก็ทำความผิดไม่ได้
นอกจากนั้น ยังมีการให้ข่าวว่า ผู้คุมที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่เสี่ยงต่อการถูกข่มขู่ เช่น ตัวผู้พูดเองก็เคยถูกโทรศัพท์มาขู่ให้ระวังความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว เป็นต้น
ผมดูการแสดงละครของ 2 หน่วยงานนี้แล้ว ก็เกิดความสงสัยว่า การมีซูปเปอร์แม็กซ์จะช่วยแก้ปัญหายาเสพติดได้จริงหรือ การที่หน่วยงานราชการหนึ่งบุกตรวจค้นอีกหน่วยงานราชการหนึ่งเพื่อจับยาเสพติด นอกจากจะฟังดูเป็นเรื่องตลกแล้ว มันยังอาจแฝงความหมายในเชิงลึกว่า ผลประโยชน์จากการค้ายามันฝังลึกอยู่ในทั้งสองหน่วยงานนี้ด้วย
ลองนึกดูง่ายๆ ก็ได้ว่า หากผู้คุมจริงจังในการทำหน้าที่ การเสพและการค้ายาในเรือนจำก็คงทำไม่ได้อยู่แล้ว หรือหากทางเรือนจำหละหลวม แต่ตำรวจเป็นฝ่ายไม่ยอม ก็ย่อมต้องสืบได้เบาะแส เพราะเรือนจำส่วนใหญ่ก็ตั้งอยู่ไม่ห่างสถานีตำรวจ และง่ายต่อการตรวจสอบทั้งตัวนักโทษและคนที่แวะเวียนเข้าออกในแต่ละวัน
ถึงจะไม่ลงทุนสร้างซูปเปอร์แม็กซ์โดยอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ เรือนจำก็ต้องควบคุมความประพฤติของนักโทษได้อยู่แล้ว หากไม่มีอำนาจเงินหรืออำนาจผลประโยชน์ที่ธุรกิจค้ายาเสพติดมีเพียบพร้อมที่จะเสนอเป็นข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งมีผลทำให้เจ้าหน้าที่บางคนหรือหลายคน ยอมหลับตาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
สมัยนี้เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมีหลากหลาย และราคาส่วนใหญ่ก็ไม่แพง ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด เครื่องบันทึกเสียงความไวสูง เครื่องตรวจโลหะและอาวุธ เครื่องเอกซเรย์ หรือแม้แต่สุนัขดมกลิ่น ตลอดจนเรือนจำอยากจะสุ่มตรวจฉี่นักโทษเมื่อไรก็ย่อมจะกระทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ตำรวจมาดำเนินการให้
ผมอยากเห็นการปรับปรุงเรือนจำทั้งระบบ มากกว่าการตั้งเป้าให้มีที่เดียว คือ คุกแบบซูปเปอร์แม็กซ์ ที่จะมีระบบควบคุมความประพฤติของนักโทษที่มีประสิทธิภาพ
ผมแนะนำเพิ่มอีกอย่างดีไหมครับ ให้รัฐบาลหรือกระทรวงยุติธรรมส่งกำลังตำรวจไปสุ่มตรวจเรือนจำทั่วประเทศเป็นระยะๆ โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า พบยาเสพติดหรือของผิดกฎหมายที่ไหน ให้ย้ายผู้บัญชาการเรือนจำและตั้งกรรมการสอบ หากตรวจพบในหลายๆ แห่ง ให้โยกย้ายระดับสูงขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงตัวอธิบดีด้วย เหมือนที่ทำกับผู้กำกับการสถานีตำรวจและ ผบ.ตร.คนก่อน
วิธีนี้รับรองว่าจะทำให้เกิดการตื่นตัว เอาจริงเอาจัง และเข้มงวดกวดขันมากขึ้นอย่างทันตาเห็น







